Ellemen

‘แม็กซ์ เจนมานะ’ กับการสร้างตัวตนใหม่ เพื่อหวังใจจะเป็นศิลปินในแบบที่ฝันใฝ่

ชีวิตและเส้นทางใหม่ที่เขาคนนี้เลือกเดิน
Share on facebook
Share on twitter

Ellemen

Share on facebook
Share on twitter

‘แม็กซ์ เจนมานะ’ กับการสร้างตัวตนใหม่ เพื่อหวังใจจะเป็นศิลปินในแบบที่ฝันใฝ่

ชีวิตและเส้นทางใหม่ที่เขาคนนี้เลือกเดิน

‘ณัฐวุฒิ เจนมานะ’ โลดแล่นเมื่อเดินในเส้นทางสายการตลาด ตัวตนเป็นที่ต้องใจ แต่ผลงานไม่ติดหูใครเมื่อเป็น ‘แม็กซ์ เดอะวอยซ์’ กระทั่งรื้อสร้างตัวตนใหม่หวังใจจะเป็นศิลปินในแบบที่ฝันใฝ่ ‘แม็กซ์ เจนมานะ’ จึงเกิดมาได้ในโลกดนตรี 

ELLE MEN : ก่อนจะเป็นนักดนตรี คุณเคยทำงานอะไรมาก่อน? 

MAX : ผมจบเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์อินเตอร์ แล้วไปทำงาน เป็นคอนซัลต์การตลาดที่บริษัทหนึ่ง เป็นหนุ่มออฟฟิศอยู่แถว สยาม ก่อนหน้านั้น ช่วงรองานผมไปสมัคร The Voice ไว้ แล้วก็ลืม ทำงานออฟฟิศไปสักพัก The Voice ก็เรียกไปออดิชั่น และได้ เข้ารอบไปเรื่อยๆ ผมเป็นคนคำนวณเสมอว่าสิ่งไหนน่าจะไปได้ ก็คำนวณว่าเราพอจะมีแฟนคลับ มีคนซัปพอร์ตแล้ว เราน่าไปได้ ผมเลยลาออกจากงาน โฟกัสงานเพลงจริงจัง 

ELLE MEN : อะไรทำให้ตะกายออกจากหลุม ทรายดูดที่ชื่อ ‘แม็กซ์ เดอะวอยซ์’ ได้?

MAX : มันทนตัวเองไม่ได้แล้ว ตอนนั้นผมทำหลายอย่าง รับแสดง ดีเจ ร้องเพลง พอผม ตัดสินใจปั๊บ มันต้องใช้แรงเยอะมากในการ ก้าวพ้นออกมา ผมเลยเริ่มสัก เพื่อสกรีนงาน อยากได้ผมใช่ไหม งั้นคุณต้องซื้อผมอย่าง ที่ผมเป็น ผมลบทุกอย่างที่ไม่ชอบออก Reinvent ตัวเองใหม่ มันหมดเวลาเล่นแล้ว ผมลบรูปใน IG เขียนนิยามตัวเองให้ชัดที่สุดเพื่อสะกดจิต ตัวเองเลยว่าเราคือ Writer และ Musician เราจะไม่เป็นอย่างอื่น การเขียนคือการบอกตัวเอง และบอกคนอื่นด้วย

ELLE MEN : พอเลิกเป็นศิลปินในสังกัดมาเป็นศิลปินไร้ค่าย ที่เป็นนายตัวเอง ทำงานง่ายขึ้นไหม? 

MAX : แปลกมาก มันเข้าที่เข้าทางไปหมด ไม่เชิงว่าง่าย แต่ไม่มี อะไรยากเกิน เราก็แค่วางแผน ลงมือทำและแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ พอมันถูก มันจะลื่นไหล ถ้ามันผิด เราขยับไปทางไหนก็ติด 

ELLE MEN : คุณไม่ชอบค่ายอีท่าไหน? 

MAX : เราไม่ได้ไม่ชอบใครเป็นพิเศษ เราไม่ชอบระบบที่ค่อนข้าง กดความคิดสร้างสรรค์ สมมติเราเขียนเพลงสามเพลง เขาฟังแล้ว ก็เลือกเพลงที่เราไม่ชอบ เปลี่ยนตรงนั้นตรงนี้ กว่าจะไปถึงปลายน้ำเพลงก็ค่อนข้างเยินแล้ว ตอนนั้นเรายังเด็ก ไม่มีเสียงที่แข็งแรงพอ ไม่เหมือนฝรั่งที่แบบ ‘ผมไม่อยากได้แบบนี้ครับ คุณห้ามมาแตะ งานผม’ ซึ่งตอนนี้ผมได้แล้วนะ ความชัดเจนแบบนั้นมันหายาก ในศิลปินไทย แต่เด็กสมัยนี้เก่งขึ้นเยอะเลย เขามีความมั่นใจมาก ค่ายเพลงแค่ซัปพอร์ตในสิ่งที่ขาด แต่ช่วงหนึ่งค่ายเพลงเคยเป็น เจ้าชีวิตศิลปิน ถือสัญญาของเราไว้ ศิลปินเจนวายรุ่นๆ ผมต้อง ใช้ประสบการณ์และความเก๋าไปบอกเขาว่า เราทำแบบนี้มานะ ทำไมคุณไม่ฟังผม ซึ่งตอนนั้นผมวัดเลยว่า เราจะทำเพลงเอง แบบนี้นะ วัดด้วยเพลง วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า ปล่อยเพลงเอง ไม่มีมาร์เก็ตติ้ง การทำงานทุกอย่างผมว่าคล้ายกันหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนซัลต์ หรือการทำเพลง มันคือความเป็นมืออาชีพ ฉะนั้น เราด้อยค่า ศิลปะไม่ได้ มันผ่านเลือดเนื้อ ผ่านอะไรมาเยอะ 

ELLE MEN : ถ้าอาชีพที่ทำอยู่ไม่มีอยู่แล้ว จะไปทำอะไร?

MAX : ถ้าอาชีพที่ผมทำอยู่คือคนรับจ้างทำของ ศิลปิน นักดนตรี ถ้ามันหายไป ผมจะเป็นนักการเมือง ท่าจะรุ่ง นักการเมืองใน อุดมคติ ถ้าเกิดผมจะเป็นอาชีพนี้ อย่างแรกคุณต้องเลือกเข้ามา โดยถูกต้องก่อน ถ้าคุณฟังเสียงประชาชนจริง ต่อให้เราเลือกใคร ผิดก็โทษใครไม่ได้ เราต้องรอให้จบเทอมของมันกว่าจะเลือกใหม่ได้ สอง ผมคิดว่ามันไม่ได้ยากเกินไปถ้าจะทำสิ่งที่ตัวเองเก่ง เราไม่ต้อง เก่งทุกด้าน ไม่ต้องรวบอำนาจมาไว้ที่ตัวเราคนเดียว เราสามารถ แจกจ่ายงานได้ หรือเป็นส่วนหนึ่งในทีมได้ อย่างผมเป็นนักดนตรีมา ผมจะไปดูมาตรฐานค่าจ้างนักดนตรีในบ้านเราว่าเหมาะสมไหม สวัสดิการดีไหม ประกันสังคมควรได้รับไหม สิ่งเหล่านี้เรารู้เพราะ เราอยู่ในวงการ เราน่าจะทำได้ดี เราไม่น่าจะไปทำสาธารณสุข มันไม่เมกเซนส์ 

นักดนตรีตอนนี้เป็นด่านแรกที่จะถูกตัดทิ้ง เพราะเราแค่เต้นกิน รำกิน ซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิดมาก มันควรเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เพลง ถูกใช้เป็นสินค้า เป็นบริการไม่ต่างจากข้าวผัดกะเพรา ถ้าสถานการณ์ ปกติก็ไม่อยากคิดเรื่องพวกนี้นะฮะ ตื่นมาก็ต้องมาเดาว่าวันนี้ มีเรื่องอะไรอีก มันไม่ใช่เวลาปกติ คนที่เห็นว่ายังปกติน่ะไม่ปกติ 

เรื่อง : Supakdipa Poolsap 

Share on facebook
Share on twitter
Share on email