fbpx

I

Lifestyle

ตามแอล ไทยแลนด์ไปซอกแซกมิลานเมืองแฟชั่น

ธรรมเนียมของคนแฟชั่นกับการไปเยือนเมืองแม่แฟชั่นโลก

ตามแอล ไทยแลนด์ไปซอกแซกมิลานเมืองแฟชั่น

ธรรมเนียมของคนแฟชั่นกับการไปเยือนเมืองแม่แฟชั่นโลก
เป็นธรรมเนียมของคนในแวดวงแฟชั่นทั่วโลก ที่พอเข้าสู่เดือนกันยายน แฟชั่นนิสต้าทุกสายอาชีพจะตบเท้ากันไปเพื่อร่วมงานที่คนทั้งโลกต่างจับจ้อง นั่นคือแฟชั่นวีค ณ 4 มหานครแฟชั่นอย่างนิวยอร์กลอนดอน มิลาน และปารีส เพื่อไปชมคอลเล็กชั่นใหม่ของแบรนด์ดัง เรียกได้ว่า เราจะได้เห็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ของโลกในเมืองเหล่านี้เป็นที่แรก

ครั้งนี้พาไปเที่ยวสไตล์สาวแอล เก็บภาพเช็คอินตามสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยว และซอกแซกไปตาม Secret Addresses ในยามที่ว่างเว้นจากการดูโชว์มาเป็นโบนัส มาตามติดเอดิเตอร์ของเราไปดูว่าในระหว่างช่วงมิลานแฟชั่นวีคคนแฟชั่นเค้าไปไหนกันบ้าง

เช็คอินเมืองแฟชั่น
จุดเช็คอินแรกที่ต้องไป คือดูโอโม่ (Duomo) มหาวิหารประจำเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางมิลาน ด้านข้างจัตุรัสเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการค้าที่หรูหราอลังการ Galleria Vittorio Emanuele II ภายในห้างเป็นโดมแก้ว มีห้างร้านต่างๆ เต็มไปด้วยช้อปปิ้งมอลล์ที่เรียงรายไปบนทางเดินที่ทอดยาว
ส่วนอีกด้านจะเป็นโรงอุปรากรชื่อก้องโลก ลา สกาล่า (Teatro alla Scala) ใครที่เป็นแฟนพันธ์ุแท้ดนตรีคลาสสิค โอเปร่า และบัลเลต์คงถูกใจ แม้ไม่มีเวลาซื้อตั๋วเข้าชมการแสดง แค่ได้เข้าไปใช้เวลาในมิวเซียม ชมความงามของการตกแต่งภายในก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ซึ่งเปิดทำการ 9.00 -17.30 น. ทุกวัน
แล้วไปเกาะกระแสมิลานแฟชั่นวีคด้วยการไปเยือนย่านแฟชั่น Monte Napoleone ถนนสายซูเปอร์แบรนด์เนมที่คลาคล่ำไปด้วยแฟลกชิปสโตร์ของแฟชั่นไฮแบรนด์ เป็นย่านในฝันของคนที่เกาะติดแฟชั่น แค่ Window Shopping ก็เริ่ดแล้ว ซึ่งแอล ไทยแลนด์ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปเยือน 3 ช็อปของแบรนด์แม่อย่าง Prada, Fendi และ Gucci จะมีอะไรว้าวๆ ให้ดูเสมอ

ดูงานคัลเจอร์ ท่องถิ่นวัฒนธรรม
บ้านของงานศิลปะอิตาเลียนกว่า 400 ชิ้นของศิลปินระดับโลกหลากหลายยุค ทำให้เราไม่อาจมองผ่านย่านแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ Pinacoteca di Brera ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นนักเรียนศิลปะอีกครั้งแน่ๆ 
จากนั้น…ไปต่อกันที่ Fondazione Prada ที่แม้จะไม่รู้จักคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าหรือผลงานชิ้นเอกของปราด้าก็ไม่เป็นปัญหา เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมของชิ้นงานศิลปะที่เป็นแรงบันดาลใจในงานของปราด้าที่ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับแฟชั่นเลย แต่จะได้เห็นแนวคิด ปูมหลัง และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อผลงานและการใช้ชีวิตของดีไซเนอร์ผู้โด่งดังมากกว่า หากใครเคยอ่านประวัติจะทราบว่า ปราด้าเป็นคนทำงานแฟชั่นที่แอนตี้แฟชั่นหน่อยๆ เหมือนคนที่อยู่กับสิ่งที่เกลียด ทำงานกับสิ่งที่เกลียดได้ และทำได้ดีมากเสียด้วย
ภายใน Fondazione Prada ยังเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋นาม Bar Luce ซึ่งออกแบบโดย Wes Anderson ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอเมริกัน หลายคนที่รักวิธีการทำหนังของแอนเดอร์สันอยู่แล้ว การมาที่นี่จะช่วยเติมเต็มจินตนาการได้เพราะมีร่องรอยสไตล์ของเขาเต็มไปหมด โดยเฉพาะบริเวณบาร์ถูกย้อมด้วยโทนสีพาสเทลในบรรยากาศของยุค 50s -60s ประหนึ่งอยู่ในหนังเรื่อง The Royal Tenenbaums หรือ The Life Aquatic with Steve Zissou มอบความรื่นเริงด้วยเสียงดนตรีย้อนยุค และเครื่องเล่น jukebox โต๊ะเกม pinball เครื่องเล่นสุดฮิตจากยุคแอนะล็อก

หอมหวานในร้านขนม
แม้มิลานจะเป็นเมืองที่นำเทรนด์แฟชั่น มีเรื่องราวใหม่ๆ ในทุกซีซั่น แต่หลายคาเฟ่ที่ก้าวย่างไปเรากลับได้เสพอดีต ไม่เว้นแม้แต่ร้านขนมเก่าแก่อย่าง Marchesi และ Pasticceria Cova ซึ่ง Marchesi คือหนึ่งในสัญลักษณ์ของมิลาน ที่นี่เราได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมจากคาปูชิโน่ชั้นดีแกล้มครัวซองต์รสเลิศ ซึ่งมี่สองสาขาในมิลานคือ บนถนน Monte Napoleone และบนชั้นสองของ Galleria Vittorio Emanuele II
ส่วน Cova บนถนน Monte Napoleone เป็นร้านขนมที่เป็นที่โปรดปรานของชาวมิลานมานาน สำหรับคนที่ชอบสวนกว้างขวางซึ่งอยู่ด้านหลังของร้าน น่าจะให้คะแนนร้านหลังมากกว่านิดนึง แต่ทั้งสองร้านก็มีความเรโทรเหมือนกัน ถ้าต้องเลือกไปร้านใดร้านหนึ่งก็ไม่ถือว่าพลาดอะไรไป

ส่วนร้านอาหารไฮไลต์ที่ต้องซอกแซกไป คือ  ร้านอาหารเล็ก ๆ ใจกลาง Brera ชื่อว่า La Latteria di San Marco  ร้านอาหารอร่อยขนาดเล็กมากๆ ไม่เกิน 10 ที่นั่ง ซึ่งไม่รับจอง คุณต้อง walk in เท่านั้น แต่คุ้มค่ากับการยืนรอ เพราะนี่คือบรรยากาศอาหารค่ำในห้องครัวสไตล์อิตาเลียนคลาสสิกที่มีคุณลุงคุณป้าดูแล จนรู้สึกได้ว่า อืม…ฉันมาถึงมิลานอย่างแท้จริงแล้ว ที่สำคัญร้านนี้ถูกแนะนำโดยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Coccinelle เชียวนะ อย่าลืมสั่งเมนูเด็ด Spaghetti Alla Limone E Peperoncino ด้วย

ตลาดนัดฮิปสเตอร์ริมคลอง Naviglio
จุดรวมตัวใหม่สุดเก๋ของฮิปสเตอร์มิลาน Naviglio เป็นคลองย่านชานเมือง ในบรรยากาศตลาดนัดFarmers’ Market ทั้งแผงขายอาหารของคนท้องถิ่น และแผงขายผักผลไม้ประจำสัปดาห์และตลาดน้อยใหญ่ที่จะผลัดกันมาเปิดริมคลอง Naviglio ให้คุณได้เดินช้อปชิลๆ โดยเฉพาะทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ที่นี่จะครึกครื้นด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว หรือใครที่ชอบร้าน Select Shop ที่ดีแบรนด์เก๋ๆ อย่าง JW Anderson, Sacai หรือ Visvim แถมยังมีร้าน Antonia ที่รวมไว้ซึ่งสารพัดแฟชั่นแรร์ไอเท็มที่ไม่ควรพลาด

นอกจากสถานที่ที่เราไปเยือน มนต์เสน่ห์และความงามเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ในทั่วทุกหนแห่ง เพียงได้มองเข้าไปในหน้าต่างเล็กๆ ของร้านรวงที่เรียงรายก็ทำให้เราหลงรักมิลานทุกครั้งที่ไปเยือน 

การเดินทาง
สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มิลานด้วยการบินไทย เพียง 12 ชั่วโมง วันละ 1 เที่ยวบิน ไม่ต้องรอต่อเครื่อง ด้วยบริการแบบ Full Service ที่ได้มาตรฐาน ไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเรียกเก็บเพิ่มเติม ราคารวมโหลดกระเป๋า อาหารเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Skytrax 2018 World Airline Awards ถึง 3 รางวัล ที่พร้อมพาไปสัมผัสเมืองแฟชั่น บินสู่ทุกจุดหมาย #ThaiAirways #การบินไทย #สบายต่างกัน #IflyThai

สนใจคลิกลิงค์ การบินไทย

RELATED STORY

on-the-road-siam-at-siam
อิ่มเอมไปกับกาแฟ เบเกอรี่ เมนูเฮลตี้ ยันดริงก์สูตรพิเศษในบรรยากาศไม่ซ้ำใคร
V-Villas-Phuket
พูลวิลล่าสุดหรูที่มีบัตเลอร์ส่วนตัวให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.