fbpx

I

People

ความท้าทายของ ‘นุ่น-ณิชยา เอครพานิช’ ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์ไฮจิวเวลรี่ “Blue River” ที่มีอายุมากกว่า 4 ทศวรรษ

ความซื่อสัตย์ และความจริงใจ คือสิ่งที่ Blue River มอบให้ลูกค้า
Senior Digital Content Creator

ความท้าทายของ ‘นุ่น-ณิชยา เอครพานิช’ ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์ไฮจิวเวลรี่ “Blue River” ที่มีอายุมากกว่า 4 ทศวรรษ

ความซื่อสัตย์ และความจริงใจ คือสิ่งที่ Blue River มอบให้ลูกค้า
Senior Digital Content Creator

ความพิถีพิถันในงานคราฟต์ของ ‘Blue River’ (บลู ริเวอร์) แบรนด์ High Jewelry สัญชาติไทยที่เปี่ยมด้วยความหรูหราของอัญมณีอันล้ำค่าและพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องประดับชั้นสูงอันโดดเด่นทั้งรูปทรงที่มีความร่วมสมัยและลวดลายอันวิจิตรแบบไทย จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง มากกว่า 4 ทศวรรษ จากจุดเริ่มต้นโดย คุณณรงค์ – คุณวิภาดา ธรรมาวรานุคุปต์ ผู้ก่อตั้ง Blue River Diamond ตั้งแต่ปี 1973 จนถึงการสืบทอดกิจการในทายาทรุ่นที่สอง คุณนุ่น-ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช ลูกสาวคนสุดท้องของตระกูล ผู้กุมบังเหียนและบริหารงานในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท บลูริเวอร์ 1977 จำกัด

วันนี้ แอล ประเทศไทย จะพาคุณมารู้จัก ‘ผู้หญิงเก่ง’ คนนี้ถึงไลฟ์สไตล์การทำงานและกลยุทธ์การรักษาเอกลักษณ์ การปรับตัวตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปตามค่านิยมของ Blue River รวมถึงความพิเศษที่แบรนด์ได้เตรียมไว้สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67 ในวันที่ 7-11 กันยายน 2565 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นุ่น-ณิชยา เอครพานิช

ELLE: เล่าถึงการตัดสินใจมารับช่วงสืบทอดกิจการ Blue River ในฐานะทายาทรุ่นที่สอง

Noon: อย่างแรกที่นุ่นเลือกมาอยู่ตรงนี้ คือ เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ซึ่งเป็นธุรกิจของคุณพ่อคุณแม่ที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็ก ว่าท่านสร้างมาอย่างไร เรียกได้ว่ามันเป็นดีเอ็นเอหนึ่งในร่างกายเรา จริง ๆ แล้ว ตัวนุ่นมีแพชชั่นหลายอย่าง ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้อิสระในการศึกษากับเรา นุ่นไม่ได้จบจิวเวลรี่มาโดยตรง แต่จบทาง Finance & Accounting ในช่วงนั้นเราได้ออกไปเรียนรู้เห็นมุมมองหลากหลาย รวมถึงการค้นพบแรงจูงใจที่เกิดจากการทำสิ่งที่เรารักแล้วมีความสุข นำมาปรับใช้กับธุรกิจของครอบครัว แล้วตอนนี้ยิ่งมีสื่อออนไลน์ก็ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้และนำมาพัฒนาตัวเองเสมอ โดยมีทีมงานคอยสนับสนุน ส่งผลให้แบรนด์ของเรามีทิศทางที่ชัดเจนสามารถฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ไปได้

ELLE: บทบาทและความรับผิดชอบของคุณนุ่นที่ Blue River

Noon: นุ่นดูแลในส่วนของ Sale & Marketing เป็นหลักค่ะ รวมถึงการทำ Branding ที่เป็นตัวตั้งต้นในการระบุตัวตนของ ‘Blue River’ เพื่อให้เห็นชัดถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการสื่อถึงเขา นำมาพัฒนาต่อเป็นโปรดักชั่นที่เรามองว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร ช่องทางไหนที่เหมาะสม ซึ่งจะออกมาในรูปแบบของกิจกรรมทางการตลาดทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว โปรโมชันต่าง ๆ รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดโดยทีมเล็ก ๆ คุณภาพของเราที่มีเพียง 4 คน และมีบางส่วนที่ Outsource ออกไปค่ะ

ELLE: คุณนุ่นจัดลำดับความสำคัญอย่างไรให้ชีวิตส่วนตัวและบทบาทหน้าที่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในทุกๆ วัน

Noon: ในฐานะที่เราเป็น ‘Working Mom’ ต้องสวมหมวกหลายใบ ทั้งการเป็นคุณแม่ที่ดี แล้วยังต้องเป็นผู้นำแบบมืออาชีพ มันเป็นสิ่งที่ท้าทายให้เราต้องทำออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด เราโชคดีที่สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ ทุกวันนี้นุ่นได้จัดลำดับความสำคัญว่าต้องทำอะไรบ้าง และทำอย่างไร อาทิ การเป็น ‘แม่’ นุ่นจะให้ลูก ๆ เข้าใจและเห็นถึงการทำงานของเราเป็นแบบอย่าง เพื่อพวกเขาจะได้ไม่น้อยใจที่เราไม่เหมือนกับแม่คนอื่น ส่วนการทำงานเราสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการประชุมได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและได้งานที่มีประสิทธิภาพที่เท่ากันหรือมากกว่าเดิม

ELLE: นิยามความเป็น “ผู้หญิง” เมื่อเปรียบกับ “เครื่องประดับและอัญมณี” อันล้ำค่า

Noon: อัญมณีเป็นสิ่งสวยงาม ทรงคุณค่า และมีความหลากหลาย เฉกเช่นเดียวกับผู้หญิงที่มีความสวยงามในแบบของตัวเองที่แตกต่างกัน อัญมณีจำพวกเพชร พลอย ทับทิม โกเมน บุษราคัม เมื่อได้รับการเจียระไนและดีไซน์แล้ว อัญมณีเหล่านี้ก็จะเฉิดฉายความสวยในแบบของตัวเองออกมา

ELLE: กลยุทธ์ในการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางยุคสมัยนิยมของ Blue River ให้ยังคงเป็นแบรนด์ไฮจิวเวลรี่อันดับต้น ๆ ของประเทศ

Noon: ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นสิ่งที่นุ่นได้รับมาจากคุณพ่อเต็ม ๆ ด้วยความจริงใจและความซื่อสัตย์ที่เรามีให้ลูกค้า บวกกับจุดแข็งเรื่องดีไซน์งานคราฟต์ของฝีมือช่างไทย ที่บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจให้ลูกค้ามองเห็นถึงความพิเศษของเครื่องประดับชิ้นนั้น จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่เจนเนเรชั่นที่สองต่อจากรุ่นของคุณพ่อ ในช่วงสามปีแรกนุ่นได้ทำการรีแบรนด์จาก Blue River Diamond เป็น Blue River ในช่วงนั้นนุ่นทำงานกับทีมในทุกขั้นตอนว่าเราจะทำอย่างไรให้แบรนด์ยังคงอยู่คู่กับคนไทยแบบไม่เอาต์ ด้วยตัวแบรนด์ที่มีอายุมาก เราไม่ได้มีแค่ข้อดีที่ทำให้อยู่นาน แต่ก็มีข้อเสียที่ถ้าเราไม่ปรับตัวก็อาจทำให้ผู้บริโภคคิดว่าเราแก่ เราจึงต้องย้อนกลับมาที่ตัวเองและมองกลุ่มลูกค้าของเราในระยะสิบปีที่ผ่านมาว่าเป็นใคร คาแรคเตอร์เป็นอย่างไร

ลูกค้าของเรา คือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบสรรหาของคุณภาพให้ตัวเอง โดยดูจากวัสดุและการออกแบบที่ทางร้านเราได้สร้าง Demand และ Supply ให้ลูกค้าได้เห็นถึงรูปแบบที่หลากหลาย เป็นสีสันให้วงการจิวเวลรี่ ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ จะรู้ว่าเราเปลี่ยนแปลงดีไซน์ให้แปลกตาและโดดเด่นอยู่เสมอตามสมัยนิยม และเพื่อให้ลูกค้าจดจำเราได้ เราจะมีข้อมูลลูกค้าวีไอพีที่ยังคงดูแลกันอยู่ตลอด เมื่อเข้าสู่ยุคออนไลน์ก็ยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ได้มากขึ้น และปรับให้มีการซื้อขายทางออนไลน์ที่ง่ายและยังคงความน่าเชื่อถือไว้อยู่

ELLE: เทคนิคการเจาะตลาดต่างประเทศในด้านธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

Noon: เดิมทีเรามีตลาดหลัก ๆ คือ ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง เมื่อเข้าสู่วิกฤตโควิด-19 ทำให้งานนิทรรศการโชว์สินค้าก็ยกเลิกจัดในแถบยุโรป อเมริกาก็โดนพิษเศรษฐกิจ ทำให้ช่วงเวลานั้นลูกค้าหายไปเยอะ แต่ก็ยังมีลูกค้าแถบตะวันออกกลางที่ยังมีการทำธุรกิจด้วยกันอยู่ทั้งรูปแบบ B2B และ B2C ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่มาซื้ออัญมณีกับเรา แล้วนำไปขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เราก็ยังคงใช้ ‘การจัดนิทรรศการ’ ให้เป็นที่รู้จักก่อน ซึ่งรูปแบบนี้ในฮ่องกงทำให้เราเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม แต่การมีหน้าร้านในต่างประเทศยังเป็นเรื่องที่ทางแบรนด์ยังต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะตอนนี้ช้อปในไทยของเรายังมีความเสถียร หลังจากที่สถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้นแล้ว ทำให้เราสามารถรองรับลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

ELLE: Blue River มีวิธีรับมือและปรับตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร

Noon: จิวเวลรี่ไม่ใช่สินค้าหลักที่คนจะซื้อในช่วงวิกฤตโควิด-19 อยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องปรับตัวอย่างแรกคือ ‘การสื่อสาร’ ในฐานะผู้บริหาร เราต้องแอ็กทีฟอยู่ตลอดเวลา และอย่างที่สองคือ ‘การจัดระบบ’ การทำงานของพนักงานให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า จากเดิมลูกค้าจะ Walk-in เข้ามาที่ร้าน แต่ช่วงนั้นลูกค้าน้อยลงหรือแทบไม่ได้เปิดร้านเลย เราจึงปรับตัวด้วยการขายทางออนไลน์ทั้ง Instagram และ Facebook ซึ่งเราก็ทำคอนเทนต์สื่อสารกับลูกค้าให้พวกเขาสัมผัสถึงประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ อีกทั้ง เรายังมี VIP Consumer Service Online ที่จะคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำไปจนถึงปิดดีลการขาย ซึ่งออนไลน์ก็ทำให้เราได้เจอลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาเยอะมากเหมือนกัน

ELLE: จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะเหตุใดเครื่องประดับและอัญมณีไทย ยังเป็นที่ต้องการในต่างประเทศและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

Noon: จริง ๆ มันก็มีหลายปัจจัยที่เครื่องประดับและอัญมณีไทย ยังได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘งานคราฟต์’ เพราะฝีมือคนไทย ขึ้นชื่อในเรื่องงานคราฟต์จิวเวลรี่ที่ดีที่สุด และจังหวัดจันทบุรีก็ยังคงเป็น Hub สำคัญของอัญมณีส่งออก โดยเฉพาะชาวแอฟริกันที่เข้ามาทำธุรกิจเทรดดิ้งในไทยเป็นจำนวนมาก บวกกับสิ่งแวดล้อมที่ดีทั้งอาหาร ผู้คน ความเป็นอยู่ ก็ล้วนทำให้ต่างชาติเลือกมาทำธุรกิจอัญมณีในบ้านเรา

ELLE: ความพิเศษที่ทาง Blue River ได้เตรียมไว้สำหรับงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67

Noon: เราจัดทำ ‘คอลเล็กชั่นพิเศษ’ ที่จะเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ มีประมาณ 20 ชิ้น เน้นวัสดุพวกเพชรและพลอยหลายชนิดนำมาดีไซน์เป็นเอเชียนสไตล์ ซึ่งเราหาสิ่งใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าได้หายคิดถึงแบรนด์ หลังจากที่ไม่ได้จัดมา 2 ปี ในช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่าลืมแวะมาชมกันนะคะ

ELLE: การกลับมาของ Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67 มีความพิเศษอย่างไร

Noon: ความพิเศษแรก คือ ผู้จัดนิทรรศการหรือผู้ค้าจิวเวลรี่เต็มจนล้นเลยค่ะ นั่นหมายถึงว่าเราจะได้พบกับจิวเวลรี่ที่หลากหลายและมากมายตระการตาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Gemstone, Fine Jewelry, Mixed Jewelry และระบบการจัดงานของเมืองไทย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการอำนวยความสะดวก ทั้งโรงแรม หรือ Shuttle bus รับ-ส่ง รวมถึง Buyer ต่างชาติที่ในปีนี้น่าจะเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะการผ่อนผันมาตรการของรัฐบาลที่เอื้อต่อการเข้ามาอย่างสะดวกซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี

ELLE: สิ่งที่ผู้เข้าชมงานจะได้รับจาก Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ครั้งที่ 67

Noon: สิ่งแรกที่ผู้เข้าชมได้พบ คือ ผู้ประกอบการที่เป็นแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและผู้ประกอบการแบบ OEM ที่ส่งออก Product จะมีตั้งแต่เครื่องจักร Packaging เพชรและพลอย รวมไปจนถึงจิวเวลรี่ ซึ่งแน่นอนว่าผู้เข้าชมก็จะได้เห็น Trend การออกแบบและการใช้วัสดุแปลกใหม่ในชิ้นงานจิวเวลรี่ในรอบ 3 ปีหลังโควิดค่ะ

เตรียมชมความวิจิตรสวยงามและคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดของ Blue River ที่งาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 67 ตั้งแต่วันที่ 7-11 กันยายน 2565 โดยแบ่งเป็น วันเจรจาธุรกิจ วันที่ 7-9 กันยายน 2565 เวลา 10.00-18.00 น. เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้วันที่ 10 กันยายน เวลา 10.00-18.00 น. และ 11 กันยายน 2565 เวลา 10.00-17.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือทาง Bangkok Gems & Jewelry Fair

RELATED STORY

Queen-Elisabeth-II-actress-movie-tv-series
การสวมบทบาทของพระองค์ทำให้นักแสดงหญิงหลายคนคว้ารางวัลบนเส้นทางอาชีพนักแสดงมาแล้วหลายเวที
Brazil-influencer
พวกเธอมีพลังมากพอที่จะกำหนดทิศทางว่า ชาวบราซิลควรพูดเรื่องอะไร และควรซื้ออะไร

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.