I

Accessories

OMEGA Seamaster เรือนเวลาคู่กายในตำนานของสายลับรหัส ‘007’ ในภาพยนตร์ No Time To Die

พร้อมย้อนดูนาฬิกาของ Daniel Craig ในบทบาท James Bond ในอดีต
Share on facebook
Share on twitter

Accessories

Share on facebook
Share on twitter

OMEGA Seamaster เรือนเวลาคู่กายในตำนานของสายลับรหัส ‘007’ ในภาพยนตร์ No Time To Die

พร้อมย้อนดูนาฬิกาของ Daniel Craig ในบทบาท James Bond ในอดีต

ภาพยนตร์สายลับระดับตำนานที่ทุกคนรอคอยอย่าง No Time To Die ที่หลายๆ คนอาจจะได้ชมกันไปแล้ว กับบทสรุปของตำนานสายลับรหัส 007 ในแบบฉบับของ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) หลังจากที่เขาได้รับบทบาทนี้นับตั้งแต่ Casino Royale (2006), Quantum of Solace (2008), Skyfall (2012) และ Spectre (2015) แม้กาลเวลาว่าจะผ่านไปภาพยนตร์ 007 ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นขวัญใจของหลายๆ คนทั่วโลกเสมอ

บางคนจดจำสายลับคนนี้จากคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่น บางคนจดจำจากการแต่งกายสุดเนี้ยบ แต่มีสิ่งของอยู่หนึ่งชิ้นที่ตัวละครสายลับคนนี้ขาดไม่ได้ตลอดภาพยนต์บอนด์ทุกภาคนั่นคือนาฬิกา OMEGA คู่ใจของเขานั่นเอง ไม่เพียงแต่ Daniel Craig เท่านั้นที่สวมใส่นาฬิกาในตำนานนี้ แต่หากย้อนกลับไปในปี 1995 สายลับหนุ่ม James Bond โดย Pierce Brosnan ในภาค Golden Eye ก็สวมใส่นาฬิกาสุดคลาสสิกนี้เช่นกันกับรุ่นที่มีชื่อว่า Omega Seamaster 2541.80.00 เรามาดูต่อกันเลยว่าสายลับแต่ละภาคสวมใส่นาฬิกาคู่ใจรุ่นใดกันบ้าง

และมาถึงนาฬิกา Bond Watch รุ่นล่าสุดที่ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง No Time To Die แบรนด์เรือนเวลาคู่กายของสายลับ 007 อย่าง Omega จึงได้เปิดนาฬิกาดีไซน์ใหม่ภายใต้ชื่อรุ่น Seamaster Diver 300M 007 Edition ด้วยตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มิลลิเมตร และสายที่มาด้วยกันถึง 2 แบบ สายไทเทเนียมสุดเท่ที่สามารถเข้าได้กับทุกสถานการณ์และสาย NATO น้ำหนักเบามาพร้อมคู่สีที่สามารถเข้าได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ความพิเศษของนาฬิกาในภาคนี้จะเห็นได้จากภาพยนตร์โฆษณาความยาวราว 34 วินาที ในฉากที่เขากำลังปลดล็อคประตูโดยใช้ตัวนาฬิกาเป็นตัวแก้ไขปัญหาและฉากบู้สุดระทึกส่วนหนึ่งจากภาพยนตร์ แสดงให้เห็นถึงความทนทานของตัวเรือน

https://www.youtube.com/embed/vwH_pyF8y7A
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกเลื่อนฉายบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งตั้งแต่มีการวางโปรแกรมฉาย เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาทั้งโลกที่ยังไม่สามารถรับมือได้ในช่วงแรก แต่บ้านเราในขณะนี้ทุกอย่างเริ่มกลับมาปกติอีกครั้ง โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดและทุกคนสามารถเข้าไปชมได้อีกครั้ง ‘No Time to Die’ ภาพยนตร์ลำดับที่ 25 ของสายลับ James Bonds เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทุกคนต้องห้ามพลาด การปิดฉากของบทบาทสายลับในตำนานแบบฉบับของ Daniel Craig จะเป็นอย่างไร บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาด!

Share on facebook
Share on twitter
Share on email