I

Lifestyle

ทะยานขึ้นบาร์สีพาสเทล สัมผัสคอนเส็ปต์วันหลังโลกแตกผ่านค็อกเทลที่ Paradise Lost

โลกใบใหม่ที่สดใสกว่าเดิมรออยู่ที่นี่แล้ว
Share on facebook
Share on twitter

Lifestyle

Share on facebook
Share on twitter

ทะยานขึ้นบาร์สีพาสเทล สัมผัสคอนเส็ปต์วันหลังโลกแตกผ่านค็อกเทลที่ Paradise Lost

โลกใบใหม่ที่สดใสกว่าเดิมรออยู่ที่นี่แล้ว
สีชมพูพาสเทลไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคาเฟ่หรอก ลองคิดดูสิว่าบาร์สีชมพูในภาพที่มีพื้นหลังเป็นท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดินของกรุงเทพจะสวยแปลกตาขนาดไหน เราชวนทุกคนมาเยือนบาร์บนดาดฟ้าแห่งใหม่ที่มีที่มาจากแนวคิด ‘โลกหลังวันโลกแตก’ หรือให้อธิบายชัดๆ กว่าเดิมคือโลกใบใหม่ที่สดใสกว่าเดิมเพราะสิ่งแวดล้อมที่เสียหายถูกฟื้นฟูแล้ว 
ความสดใสที่ว่าเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเดินย่ำเข้ามาบนพื้นกระเบื้องชมพูรูปทรงหกเหลื่ยมที่ต่อกันทั่วเป็นเหมือนรังผึ้งไปจนถึงโต๊ะ เก้าอี้ และโคมไฟที่ล้วนเป็นสีพาสเทลที่สดใสเข้ากันดี เมื่อเราได้ทักทายและพูดคุยคร่าวๆ กับหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ Gabriel Lowe ที่ย้ายมาจาก San Francisco เพื่อเปิดร้านนี้โดยเฉพาะ เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าบุคลิกขี้เล่นและทรงผมสุดเท่ย้อมสีฟ้าของเขาเหมาะกับบาร์แห่งนี้ที่สุด
กาเบรียลหยิบเมนูเครื่องดื่มที่ปกสวยอย่างกับที่ขายอยู่ในคอนเส็ปสโตร์เก๋มาเปิดพร้อมอธิบายค็อกเทลที่เขาร่วมคิดค้นให้เราฟัง จากการกวาดตามองรายชื่อเครื่องดื่มในลิสต์เราประทับใจความพยายามในการฉีกแนวเครื่องดื่มให้ต่างจากบาร์อื่นๆ ในกรุงเทพที่ถ้านับในปี 2563 แล้วผุดขึ้นมาเยอะอย่างกับดอกเห็ด Paradise Lost ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลแก้วที่เราจิบแล้วประทับใจทันทีอย่าง Bitter Lies เครื่องดื่มแนว ‘Spritz’ หยิบเอารสสดชื่นของสปาร์คกลิ้งไวน์มาชนกับรสออกขมของ Rinomato Americano  และแม้จะมีส่วนผสมของผลไม้อย่างพีชและแอปเปิลก็ไม่ได้ทำให้รสหวานโดดออกมา แก้วนี้เหมาะเป็นตัวเริ่มที่ดีของคนที่ไม่โปรดค็อกเทลรสหวาน ถัดมาเราเปลี่ยนใจสั่งเครื่องดื่มเสิร์ฟในแก้วไม้ไผ่ทรง Tiki ที่ดูน่ารักและถ่ายรูปกับบาร์สีพาสเทลได้สวยอย่าง Can’t Burn Concrete ค็อกเทลที่ชื่อสื่อถึงโลกอนาคตแก้วนี้จับรสหวานจากน้ำผึ้งและมะม่วงมาชนกับสก็อตช์วิสกี้ได้ลงตัว
เรายังสังเกตได้อีกอย่างในบรรดาเมนูค็อกเทลที่นี่คือการเน้นความโดดเด่นแอลกอฮอล์ตระกูล white spirits อย่างรัมและเตกิล่าที่สะท้อนประสบการณ์อันหลากหลายในบาร์แถบละตินของกาเบรียลด้วย และเมื่อบวกรวมกับซีเล็กชั่นรัม Paradise Lost เลือกใช้อย่าง Plantation rum ของ Bootleggers แล้วก็ยิ่งทำให้แนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมที่บาร์พยายามชูชัดขึ้นไปอีก เพราะแอลกอฮอล์ของ Bootleggers ถูกผลิตให้เป็น ‘ecoSPIRITS’ ซึ่งกระบวนการผลิตคำนึงถึงประเด็นการสร้างคาร์บอนและขยะจากหีบห่อ
อาหารที่นี่โดดเด่นไม่แพ้กันเพราะมาจากครัวชั้นล่างที่ร้าน TAAN ซึ่งเน้นหนักไปที่วัตถุดิบเด่นตามฤดูกาลจากแต่ละภูมิภาคของไทย แน่นอนว่าเมนูถูกออกแบบมาให้เข้ากับเครื่องดื่มได้ดี มีตั้งแต่ของกินเล่นอย่างหอยนางรมสดปรุงรส Paradise Oyster x Lemongrass Jelly ไปจนถึงจานหนักๆ ที่เราประทับใจอย่าง Duck Leg Confit x Bone Marrow

ชั้น 25 โรงแรมสยามแอทสยามดีไซน์กรุงเทพ 865 ถนนพระราม1 กรุงเทพมหานคร 
เปิดให้บริการ วันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 17.30 – 24.00 น.

Story : Kasidit Srivilai
Share on facebook
Share on twitter
Share on email