fbpx

I

Interview

แม้ถูกแปะป้ายในบทบาท LGBTQ แต่ ‘เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข’ ก็ยังคงพิสูจน์ตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ

อีกหนึ่งแสดงคุณภาพที่สามารถตีบทแตก ได้อย่างไร้ที่ติ

แม้ถูกแปะป้ายในบทบาท LGBTQ แต่ ‘เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข’ ก็ยังคงพิสูจน์ตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ

อีกหนึ่งแสดงคุณภาพที่สามารถตีบทแตก ได้อย่างไร้ที่ติ

ไปสุดทางแล้ว กับบท LGBTQ ใน ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ นำมาก่อนแล้ว กับการใช้แอ็กเซสเซอรีส์ผู้หญิง เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข ในวันที่เลิกทำสีผม และใส่เสื้อผ้าสีเอิร์ธโทน เพราะใช้ความรู้สึกนำทั้งการเลือกแฟชั่นที่จะใส่ และเลือกบทบาทที่จะแสดง

ELLE MEN : แฟชั่นตอนนี้ ดูเบาลงเยอะทีเดียว

PETCH : อายุเยอะขึ้น ไม่ได้จัดจ้านมากเหมือนเก่า แต่ยังเป็นผู้ชายชอบแต่งตัวเหมือนเดิม (ชี้เสื้อผ้าตัวเองทีละชิ้น เสื้อยืดสีขาว แจ็กเกตสีน้ำตาล กางเกงสีกากี) ตอนนี้กำลังอิน สีเอิร์ธโทน ก็จะใส่สีเขียว สีเทา สีน้ำตาล (ลูบผม) ผมก็เป็นสีดำ เลิกทำสีผมแล้ว เพราะผมรู้สึกแบบนี้ การแต่งตัวสะท้อนความรู้สึกภายในของเรามาตลอด

ELLE MEN : เป็นคนไม่ตามเทรนด์ วัดจากความรู้สึกตัวเองล้วนๆ?

PETCH : อะไรเป็นเทรนด์ผมจะหนีเลย (หัวเราะ) ผมจะใส่ก็ต่อเมื่อผมชอบจริงๆ อย่างตอนนี้ผมตามเก็บรองเท้าบาส Nike รุ่นของ Kobe Bryant เพราะผมเล่นบาสมาตั้งแต่เด็ก และชอบ Kobe มานาน รองเท้ารุ่นของ Kobe กำลังจะหายากแล้ว ภรรยาของ Kobe ไม่ต่อสัญญากับ Nike เพราะว่านั่นคือความต้องการของ Kobe ก่อนจะเสียชีวิต รองเท้ารุ่นของ Kobe ก็เลยจะไม่มีการผลิตแล้ว ผมเลยต้องรีบตามเก็บ มันมีค่าทางใจกับผมมาก หยิบของชิ้นไหนในชีวิตมาผมบอกได้หมด ว่าเหตุผลที่มีมันเพราะอะไร ส่วนมากจะเป็นเหตุผลทางใจ ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น ชีวิต หรืองาน

ELLE MEN : แล้วที่บอกว่าไม่จัดจ้านเหมือนก่อน แต่ก่อนแฟชั่นของเพชรจัดจ้านแค่ไหน?

PETCH : แต่ก่อนผมหยิบเสื้อผ้ากับกระเป๋าผู้หญิง มาใช้ก่อนที่จะเป็นเทรนด์ในตอนนี้อีก เวลาถือกระเป๋าผู้หญิงคนก็มอง ที่ผมใส่เสื้อผ้าผู้หญิงก็ไม่ได้คิดอะไรเลย มันสวยดีเลยหยิบมาใส่ เอาจริงๆ ผมไม่ได้แบ่งแยกด้วยว่าเป็นแฟชั่นผู้ชายหรือแฟชั่นผู้หญิง แต่การที่มันโดนแบ่งแยก เราก็ต้องไปดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าเพราะอะไรแรกทีเดียวคงเพราะคนมองเห็นเพศทางร่างกายว่ามีแค่สองแบบคือ หญิงและชาย เสื้อผ้าเลยโดนแบ่งตามแบบนั้น แต่พอโลกหมุนไปความคิดคนเปลี่ยน มีคนที่มีเพศวิถีอื่นๆ ซึ่งเรียกร้องเสื้อผ้าสำหรับพวกเขา ผมไม่ได้มองว่าแบบไหนถูกหรือผิด ไม่ได้คิดว่า คำว่า Womenswear หรือ Menswear ต้องหายไป ต้องมีแต่ Unisex หรือ Humanswear อย่างเดียว แต่ผมคิดว่าควรจะเปิดกว้าง มีทางเลือกให้กับทุกๆ คน

ELLE MEN : ย้อนแย้งไหม? ในยุค Diversity แต่เสื้อผ้ายังแบ่งเพศแค่ชาย-หญิงอยู่

PETCH : ไม่เลย ถ้ามีผู้ชายเดินเข้าร้านแล้วมีแต่เสื้อผ้า Unisex อย่างเดียว ไม่มี Menswear สำหรับเขา เขาก็คงไม่มีทางเลือก ผมว่าเราไม่ต้องรณรงค์ให้อะไรหายไปหรอก เพราะหญิงชายก็คือ คนเหมือนกัน แต่เราควรต่อสู้ให้มีทางเลือกสำหรับทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร อย่าง LGBTQ ที่เป็นคนกลุ่มน้อย เราควรไปเพิ่มทางเลือกให้เขามีพื้นที่ของเขา แต่ไม่ต้องทำให้คำว่าหญิงชาย หายไป เหมือนไปเหยียดซ้อนเหยียด ผมว่าเรื่องความเท่าเทียม ไม่ได้มีมิติแค่เรื่องแฟชั่นเท่านั้น อย่างเรื่องห้องน้ำ ผมก็มองว่าการแบ่งแยกมีเหตุผลด้านความปลอดภัย สุขอนามัยหรือว่าสรีระด้วย หลายๆ เรื่องที่เราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เราต้องอดทนและให้เวลา ปราสาทหลังใหญ่ไม่มีทางเสร็จได้ในวันเดียว สิ่งใหม่หรือความเปลี่ยนแปลงย่อมทำให้คนกลุ่มเดิมรู้สึกแปลก ไม่ใช่พูดวันเดียวว่าต้องยอมรับนะที่ลูกคุณเป็น LGBTQ แต่ถ้าให้เวลาเขาได้คิดจริงๆ ว่าความสุขของลูกเขาคืออะไร เขาก็น่าจะคิดได้ว่าทางออกของเรื่องนี้ควรจะเป็นอย่างไร คนเราอาจจะไม่ต้องเห็นด้วยกับทุกเรื่องก็ได้ แต่เริ่มจากมีความเห็นอกเห็นใจกันก่อน (นิ่งคิด) เรื่องที่เราคุยกันอยู่นี่ เกี่ยวกับแฟชั่นนะ เพราะแฟชั่นคือการแสดงออกของตัวตน

ELLE MEN : ในทางอาชีพ เพชรโดนจัดประเภทบ้างไหม?

PETCH : ตัวผมเองก็โดนแปะป้ายว่าเล่นบทสดใส บทสาวๆ บทกัสใน ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ผมมองว่าเป็นโอกาสที่เราได้แสดงความสามารถ แต่สำหรับคนอื่นก็อาจจะคุ้นเคยและจดจำเราในภาพนั้น ผมไม่สามารถไปประกาศลงโซเชียลได้ว่า ผมเป็นผู้ชายนะ เราต้องค่อยๆ แสดงออกให้คนเห็นมุมอื่นๆ ที่ผมมี หรือความสามารถที่ผมจะเป็นได้

ELLE MEN : โซเชียลมีเดียเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้แสดงออกถึงมุมอื่น ๆ ของตัวเองได้เป็นอย่างมาก

PETCH : ใช่ แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนคอมเมนต์ว่าคิดถึงกัสจังเลย หรือเวลาที่ผมเป็นตัวเองมากๆ คนก็จะบอกว่าไม่คุ้นเลย
ไม่คุ้นคืออะไร นี่คือตัวผม (หัวเราะ) มองอีกมุมคือเขาคงอิน ผ่านนานมาแล้ว แต่ก็ยังมีคนพูดถึงกัสอยู่ พอมาเล่นบทธันวา ใน Remember You รีเมกซีรีส์เกาหลีเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็เริ่มมีคนคอมเมนต์ว่าคิดถึงคุณธันวา เพราะบทนั้นฉีกมาก ผมเล่นเป็นศาสตราจารย์ด้านอาชญาวิทยา ผมอยากหาบทที่ซีเรียสไปเลยมานานแล้ว คนดูอาจจะติดภาพเราจาก ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เราคงแสดง หรือผู้สร้างคงมองเห็นว่าผมแสดงบทที่ซีเรียสจริงจังได้ ได้แต่บทสดใสคอเมดีหรือเปล่า พอบทนี้เข้ามาก็ดีใจมาก ผู้กำกับหรือผู้สร้าง คงมองเห็นว่าผมแสดงบทซีเรียสจริงจังได้

ELLE MEN : ถ้า ไดอารีตุ๊ดซี่ส์ ถูกสร้างในช่วงเวลานี้ กัสจะเหมือนหรือต่างไปจากเดิมไหม?

PETCH : ตัวผมน่าจะตีความกัสเหมือนเดิม เนื้อหาร่วมสมัยอยู่แล้ว แม้ว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์จะเป็นความตลกโปกฮา
แต่ลึกๆ แล้ว มันคือผลกระทบจากสังคมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคน LGBTQ อย่างกัสที่ครอบครัวรับไม่ได้ว่าเป็นตุ๊ด ก็ยังมีเรื่องแบบนี้ในสังคม

ELLE MEN : พอแหวกตัวเองออกจากบทกัส LGBTQ สาวแซ่บ มาเป็นธันวา ศาสตราจารย์หนุ่มสุดซีเรียส อยากแหวกไปรับบทแบบไหนอีก?

PETCH : ผมไม่เคยคิดว่าอยากได้บทแบบไหน บทฆาตกร, คนโรคจิต บทอะไรผมเล่นได้หมด แต่ผมอยากทำงานกับคนเก่ง พอทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือ ทีมเวิร์ก ต่อให้บทดีมาก นักแสดงเล่นดีมาก แต่ถ้าทีมงานไม่โอเค ผลลัพธ์ก็แป้กอยู่ดี แต่ชื่อเสียงความดังของคนไม่ใช่เรื่องที่เราจะโฟกัส ต่อให้ผมทำงานกับผู้กำกับเก่งแต่ไม่ดังแล้วงานออกมาดี ละครก็อาจจะดัง หรือผมทำงานกับผู้กำกับดังแต่ไม่เก่ง งานออกมาแป้ก ละครก็ไม่ดัง ผมก็กลับมาอยู่ที่เดิมอยู่ดี ไม่มีอะไรแน่นอน ผมเลยไม่สนใจว่า ต้องทำอะไรแล้วดัง ผมสนใจว่าเราได้ทำอะไรที่ชอบมากกว่า บางทีเราไม่ได้อยากทำงานกับคนคนนี้ เพราะเขาทำงานไม่เก่ง ทำงานไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าเราจะอยู่เป็นก็ต้องถามตัวเองว่า แล้วเราจะต้องทำงานกับคนแบบนี้จริงๆ หรือบางคนอาจจะไม่เก่งหรอก แต่พอจะคุยกันได้ ผมก็จะอยู่เป็นกับเขา แต่คงไม่ถึงกับมานั่งนวดหลังนวดไหลให้นะ (หัวเราะ)

ELLE MEN : พูดถึงช่องทางที่จะดัง เคยมีบทชีรีส์วายเข้ามาบ้างไหม?

PETCH : มี แต่ผมไม่เล่น ถ้าบทที่เกี่ยวกับ LGBTQ ผมว่าผมทำสุดแล้วในตุ๊ดซี่ส์ ซีรีส์วายในมุมผมนะ ถ้าผมไปเล่นมีโอกาสต่อยอดได้อีกเยอะ ผมเล่นตุ๊ดซี่ส์ไปแล้ว ถ้าผมไปเล่นซีรีส์วายอีก งานที่จะเข้ามาหลังจากนี้ก็ยิ่งมีแต่วาย แล้วบทอย่างอื่นที่ผมอยากเล่นล่ะ สิ่งที่ผมอยากให้คนยอมรับหรือมองเห็นผมคือความสามารถว่า ผมเล่นบทได้หลากหลาย ผมไม่อยากถูกฟิกซ์กับบทบาทเดียว ตัวผม คนดู ผู้กำกับ ผู้สร้าง ทุกฝ่ายรู้แล้วว่าผมแสดงบท LGBTQ ได้ งั้นเราก็ไปต่อจากบทนี้เถอะ ผมอยากเป็นเหมือนนักแสดงฝรั่ง ที่เขามีความสามารถหลากหลาย คนที่ทำสำเร็จคือ Robert Pattinson ที่พอเล่นหนัง Twilight แล้วก็วิ่งเข้าหาแต่หนังอินตี้เพื่อฝึกปรือวิชา บางเรื่องก็ไม่มีคนรู้จักเลย บางเรื่องไม่ได้เข้าโรงฉายก็มี แต่สุดท้ายก็มีหนังอินดื้ ที่เขาเล่นไว้ดีมากอย่าง Good Time และ Lighthouse คนก็ยอมรับว่าเขาเก่งจริง สุดท้ายเขาก็หันมาเล่นหนังตลาดอย่าง Batman เดี๋ยวคุณดูเถอะว่าเขาจะเป็นแบตแมนในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมชอบคนแบบนี้และผมอยากเป็นคนแบบนี้

ELLE MEN : อะไรทำให้ปฏิเสธโอกาส เงิน และชื่อเสียง?

PETCH : ผมเข้าวงการหลังจากประกวดร้องเพลง KPN แล้ว แล้วเลือกทางที่ดูจะเป็นไปได้ยากจังในเมืองไทย
ผมก็ทำทุกอย่างเลย พิธีกร เล่นละคร เราได้เห็นแล้วว่าเราไม่มีความสุข สิ่งที่เราอยากจะเป็นคือเป็นดาราหรือ ช่วงห้าปีแรก ถ้ามีคนถามว่าภูมิใจกับผลงานไหน ผมก็จะหลบตา (หัวเราะ) การจะเป็นได้แบบ Robert Pattinson ในวงการบันเทิงไทย มันเป็นไปได้ยาก แต่คำว่ายากไม่ได้แปลว่าโอกาสเป็นศูนย์ ความเป็นไปได้ยังมีอยู่ ถ้าให้เปรียบเทียบแบบไวๆ ไอซ์ซึ (ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ก็เป็นอีกคนที่ความคิดคล้ายๆ ผม เราสนิทกัน แต่การใช้ชีวิตและการเลือกของเขายากกว่าผมเยอะ ผมเห็นเขา มาตลอด สุดท้ายเขาได้เล่น One for The Road หนังของพี่บาส (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ) ซึ่งผลิตโดยหว่องการ์ไว นี่คือความฟินของคนคนนั้น ซึ่งผมก็อยากจะเจอสิ่งสิ่งนั้นเหมือนกัน ที่บอกว่า โอกาสน้อยแต่ก็มีให้เห็นอยู่และใกล้ตัวเรามากด้วย ขอให้ทำได้สักวันก่อนจะแก้ไปมากกว่านี้

เรื่องโดย : Supakdipa Poolsap 

RELATED STORY

‘อัด-อวัช รัตนปิณฑะ’ อีกหนึ่งเสียงของคนเจนใหม่ ที่สามารถเลือกเดินในเส้นทางที่ตัวเองฝัน
หลากหลายเส้นทางที่หนุ่มคนนี้เลือกเดิน แม้เขาคนนี้จะถูกปิดกั้นด้วยกรอบของสังคมก็ตาม
ดนตรี คือยานพาหนะ ที่ได้นำพาให้เขาได้พบกับตัวตนและแฟชั่นไร้ขอบเขตของ ‘ต้นหน ตันติเวชกุล’
แม้อายุของหนุ่มคนนี้ยังน้อย แต่พูดได้เลยว่าเขาได้ค้นพบในสิ่งที่หลายๆ คนเฝ้าตามหาได้ไวกว่าคนอื่น
บทสัมภาษณ์พิเศษกัหนุ่มมาดเข้ม ‘เวียร์-ศุกลวัฒน์’ และนาฬิกา Tag Heuer คู่ใจ
มุมมองการใช้ชีวิตและนาฬิกาคู่ใจที่หนุ่มเวียร์ขาดไม่ได้

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.