In the mag

ย้อนเส้นทางของ ภณ ณวัสน์ กว่าจะมาเป็นพระเอกดาวรุ่ง พร้อมเผยความสุขและสิ่งที่คาดหวังในวัย 25

เราเรียกตัวเองว่านักแสดง ในพาสปอร์ตผมก็เขียนว่าเป็น actor
Share on facebook
Share on twitter

In the mag

Share on facebook
Share on twitter

ย้อนเส้นทางของ ภณ ณวัสน์ กว่าจะมาเป็นพระเอกดาวรุ่ง พร้อมเผยความสุขและสิ่งที่คาดหวังในวัย 25

เราเรียกตัวเองว่านักแสดง ในพาสปอร์ตผมก็เขียนว่าเป็น actor
ชีวิตของ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ พระเอกเรตติ้งทองอาจนิยามได้ด้วยชื่อเพลง Don’t Stop Me Now ของ Queen เมื่อทั้งกำแพง ประตู หรือว่าเหวก็ไม่อาจระงับความมุ่งมั่นของเขาได้เลย อ้อ…อาจจะมีอยู่อย่าง ‘โควิด’
คนตัวสูงถึง 180 ซม. แน่ๆอธิบายตัวเองว่าเป็น ‘เด็กคนหนึ่ง’ เมื่อชวนคุยถึงชีวิตก่อนหน้าจะเป็นภณ-ณวัสน์ พระเอกที่มีงานละครเรตติ้งดีมาตั้งแต่ตราบาปสีชมพู จนถึงพราวมุก ทางช่อง 3 “ผมเป็นเด็กคนหนึ่งครับที่พอได้เจอพี่หน่อง (ผู้จัดการส่วนตัว) เขาพาไปประกวดหลายเวทีเพื่อหาประสบการณ์ ใจจริงผมไม่ค่อยชอบการประกวดหรอก เวลามีสายตามองเราเยอะๆจะรู้สึกได้ถึงพลังงานที่จ้องมองเรา ผมไม่ค่อยชอบ แล้วมันก็เดิมๆ เดินแบบ แสดงความสามารถพิเศษไม่ใช่ทางผมเท่าไร จนประกวดมาหลายเวทีละ ผมเลยถามผู้จัดการว่ามีงานอะไรที่ทำให้ผมจ่ายค่าเทอมได้เองไหม เขาก็บอกว่าต้องประกวด มีทางเดียว ผมก็ไปแต่ขอเป็นเวทีสุดท้าย”

ภณพูดถึงช่วงนั้นซึ่งอยู่ในวัยก้ำกึ่งระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ว่ามีความคิดที่อยากจ่ายค่าเทอมเองไว้สั้นๆว่า “ผมอยากช่วยพ่อแม่” เมื่อเขาถอดใจขึ้นเวทีประกวดซึ่งกลายเป็นครั้งสุดท้ายสมดังใจเขาจริงๆ ผลออกมาว่า “ปรากฏว่าผมได้ที่ 1” เขาหัวเราะที่พอถอดใจดันไปต่อได้เฉยเลย “ก็เลยได้จ่ายค่าเทอมเองสมใจ แม่ก็เบาไปเลยเทอมนั้น”
ส่วนความคิดที่อยากเป็นนักแสดง ภณว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.5 ที่เขายังใส่ลวดดัดฟันไปแคสต์เป็นนักแสดงช่อง 3 “รอบแรกผมไปแคสต์ก็เงียบ รอบสองก็ยังเงียบ ยังไงต่อดี หรือจะไปทางอื่นเลยดี พอคิดแบบนี้ปุ๊บ พี่คิง-สมจริง ศรีสุภาพ โทร.หาผู้จัดการผมพอดี อยากให้ผมไปเล่นละคร เป็นจังหวะที่พอดี ไม่อย่างนั้นผมคงตัดสินใจไปทางอื่น” ถ้าไม่เลี้ยวเข้าซอยวงการบันเทิง ภณว่าจะเลี้ยวไป “ซอยวิศวะนั่นละครับ ทำงานตามที่เรียนมา” บัณฑิตวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังตอบแบบไม่เสียเวลาคิด 

“ละครเรื่องแรก (สายลับจับแอ๊บ) ได้เล่นเป็นพระเอกคู่ที่ 3 เลย แล้วพอเรื่องที่ 3 (ตราบาปสีชมพู) ก็ได้เป็นพระเอกเดี่ยวๆครั้งแรก แต่ก็เป็นจุดที่ยากอีก ผมต้องทำทีสิส ฝึกงานและถ่ายละครไปด้วย คิดอยู่ว่าจะไปทางละครแล้วดร็อปเรียน หรือจะเรียนอย่างเดียว ไม่เอาโอกาสเล่นละคร สุดท้ายผมเลือกทำทั้งสองอย่าง ผู้จัดการบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าเลือกทางนี้แล้วห้ามบ่น” ภณไม่เคยได้อะไรมาโดยไม่มีคำว่า ‘แต่’ ต่อท้าย “แต่เป็นช่วงนรกของผมเลย ทำทีสิสด้วย เล่นละครก็ดราม่าหนักมาก บางทีผมทำงานที่บ้านตั้งแต่ดึกจนเช้า ขับรถไปส่งงานเองไม่ทันแน่ๆ ผมก็ส่งเข้าอีเมลให้เพื่อนพริ้นต์ไปส่งอาจารย์ให้ ช่วงสอบใครเก่งวิชาไหนก็มาติว ตอนเรียนจบผมเลี้ยงเพื่อนหมด ใครจะกินอะไรมาเลย ผมได้ B ถ้าได้ B+ ก็ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ไปแล้ว”
นางเอกคู่ขวัญของภณเห็นจะเป็น บัว-นลินทิพย์ อ่องอำไพ ที่เจอกันทีไรเรตติ้งเฟื่องฟูลอยทุกทีไป ตั้งแต่ตราบาปสีชมพูมาจนถึงเรื่องล่าสุดอย่างพราวมุก แต่คู่จิ้นภณกับ กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ กระแสแรงไม่แพ้กัน เสียงภณหัวเราะ ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! อย่างชอบใจ “คนดูคงเห็นเคมีบางอย่างที่เราอาจจะมองไม่เห็นตอนแสดง ผมไม่ติดเลยนะว่าเขาจะไปสร้างแฮชแท็กอะไร เราทำให้เขามีความสุขได้ก็โอเคแล้ว” และกล่าวอย่างเปิดกว้างด้วยว่า “ถ้าบทท้าทายหรือส่งเสริมเราก็เล่นครับ บางทีผมก็อยากเล่นบทร้ายๆ ไม่ต้องเป็นพระเอกก็ได้ แต่ด้วยอะไรหลายอย่างก็ไม่ได้ เหมือนคำว่าพระเอกค้ำอยู่ จะไปเล่นบทร้ายเดี๋ยวจะเสียภาพลักษณ์ บางคนพอไปเล่นร้ายปุ๊บ กลับมาเป็นพระเอกไม่ได้แล้ว (คิดนาน) ผมว่าอาจจะต้องเป็นตัวเดินเรื่องมากกว่า ไม่ต้องจำกัดที่คำว่าพระเอก” 
ณ ช่วงเวลาที่คุยกันอยู่ บางแวบก็รู้สึกว่าเหมือนคุยอยู่กับคน 3 คน พระเอกเลยเฉลยว่า “ผมมีถ่ายละครค้างไว้ 2 เรื่องคือเรื่อง เก็บแผ่นดิน และเรื่อง คู่เวร สองเรื่องนี้ควรจะปิดกล้องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว แต่เลื่อนมาตั้งแต่เมษาฯเพราะโควิด อย่างเก็บแผ่นดินเหลืออีกแค่ 4 วันยังถ่ายไม่ได้เลย เป็นฉากใหญ่ คนเยอะด้วย ถ้าสถานการณ์กลับมาเปิดได้สิ่งแรกเลยที่ผมจะทำคือกลับไปถ่ายละคร 2 เรื่องนั้นให้จบ พองานยังไม่จบ เราเลยต้องรักษาคาแร็กเตอร์ตัวละครนั้นไว้กับเราตลอด ถ้าปิดกล้องเราถึงจะปลดปล่อยตัวละครนั้นออกไปจากเราได้”

ทุกวันนี้ในชีวิตประจำวันภณเลยเป็น 3 คนคือ เป็นภณ เป็นคุณทหารมีปม กับพ่อหนุ่มปากเสีย “(หัวเราะ) จันทร์ถึงพุธผมจะถ่ายเรื่องเก็บแผ่นดิน นอกนั้นก็ถ่ายเรื่องคู่เวร ตื่นเช้ามาผมจะงงๆแป๊บหนึ่งก่อน แล้วค่อยๆเรียกสติมาพูดกับตัวเองว่าวันนี้ฉันคือใคร เวลาถ่ายละครผมนอนน้อยมาก เมื่อวานทำอะไรผมจะจำไม่ได้ เราโฟกัสกับงานตรงหน้าตลอด จริงๆแล้วถ้าจะให้ดีก็ควรจะทำทีละเรื่อง แต่จังหวะมันยากที่จะรับเรื่องเดียว อย่างตอนเรียนผมก็ถ่ายละครไปด้วย ตอนนั้นต้องเข้าฉากแฮปปี้ร่าเริง เพื่อนส่งเมสเสจมา อาจารย์เรียกมาส่งงานพรุ่งนี้ ผมนี่เครียดเลย เลิกกองก็ 4 ทุ่มแล้ว จะได้นอนไหมคืนนี้”
ปีนี้ภณอายุ 25 พอดี เรื่องที่เขาครุ่นคิดหนักในช่วงนี้ของชีวิต ภณจิ้มนิ้วไปในอากาศ “เรื่องช่วงเวลานี้ครับ ถ้าไม่มีสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่เราก็สามารถไปทำอะไรที่อยากทำได้ แต่เราต้องหยุดทุกอย่าง เหมือนช่วงเวลานี้มันหายไปเลย เป็นความโชคร้ายในชีวิตเหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่ภณคนเดียว หลายๆคนก็เป็น ตัวผมทำงานมาตลอด จนมีโควิดระลอกแรกหยุดงานไป 3 เดือน พอเปิดได้งานก็แน่นมากๆ ถ่ายละครตลอด วันหยุดแทบไม่มี ตอนนั้นคิดแค่ว่าเมื่อไรจะมีวันหยุด แต่ตอนนี้หยุดนานเกินไปแล้วน้า ผมถือว่าผมโชคดีที่มีอาชีพแล้ว แต่นึกถึงเด็กมัธยม เด็กมหาวิทยาลัย ด้วยวัยที่เขาควรได้ทำกิจกรรม ได้ทำอะไรมากมาย เป็นวัยที่ควรจะได้เบ่งบานน่ะครับ ก็กลายเป็นว่าไม่ได้พบเจอสิ่งเหล่านั้น น่าสงสารมาก”

พอถามถึงสิ่งที่คาดหวังในวัย 25 เขาขมวดคิ้วและคิดนานก่อนพูดช้าๆว่า “ผมไม่ค่อยคิดเรื่องนี้มานานมากแล้ว ผมถ่ายละครตลอดมาหลายปี มันทำให้ผมโฟกัสกับงานตรงหน้า ขนาดเป็นตัวเองยังไม่ค่อยจะได้เป็นเลย เราเป็นตัวละครมาตลอด ผมเลยลืมไปว่าตัวเองอยากได้อะไร (คิดนานอีก) ถ้าอยากได้อะไรก็เป็นเรื่องเล็กๆระยะเวลาสั้นๆ ตอนถ่ายละครผมคาดหวังแค่ว่าเสาร์-อาทิตย์จะได้ไปเที่ยวแค่นั้น หรือถ้าไม่มีโควิดผมก็อาจจะไปเที่ยวกับครอบครัว ไปเล่นเซิร์ฟ แล้วผมก็ไม่มีของที่อยากได้ เรื่องที่ผมเสียเงินทุกวันนี้มีเรื่องกินกับเรื่องออกกำลังกาย ด้วยการเลี้ยงดูของพ่อแม่ตอนผมเด็กๆด้วยที่เราอยากได้อะไรเขาจะไม่ตามใจ ใครถามว่ามีของสะสมอะไรบ้าง ผมบอกว่าไม่มีครับ สเกตบอร์ดกับจักรยานคือของใช้ ของที่ซื้อมาใส่ตู้โชว์ผมไม่เคยมีกับใครเขาหรอก แต่ไม่ได้รู้สึกขาดนะ ใช้ชีวิตปกติ ไม่เคยเอามาเป็นปม”
ส่วนความสุขในวัย 25 ของภณ เขาตอบได้ทันทีว่า “ผมว่าคนเราไม่ได้เจอเรื่องดีทุกอย่างหรือแย่ทุกอย่าง มันควบคู่กันไปแบบนี้แหละ วันไหนสุขมากเดี๋ยวก็ต้องมีเรื่องทุกข์มากแน่นอน เราเลยไม่ดีใจสุดๆเพราะเข้าใจว่าเดี๋ยวก็มีเรื่องทุกข์เข้ามา ชีวิตไม่ได้มีแต่จะขึ้นๆตลอดนะครับ แต่ผมจะย้อนแย้งในตัวเอง บางทีผมก็ทำได้ บางเรื่องก็นอยด์ แต่ถ้าไม่พีคผมจะไม่พูดออกมา จะเก็บไว้ในใจไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งก็…” ภณทำท่าปวดหัว 
ภณอยากเป็นนักแสดงที่…เขายิ้มแย้มอยากเติมคำในช่องว่าง แต่ระงับใจมาอธิบายตัวเองยาวๆก่อนว่า “คนคงมองภาพเราว่าเป็นดารา แต่ผมจะบอกเสมอว่าผมเป็นนักแสดง ถ้าเรามองภาพว่าตัวเองเป็นดาราจะรู้สึกว่าเราอยู่สูงกว่าคนอื่น ลอยได้ แต่นักแสดงผมว่าก็คือคนธรรมดาที่ทำอาชีพๆหนึ่ง เรากับเขาเสมอกัน ก็คนทำงานเหมือนกัน เวลาคนเรียกผมว่าดาราก็เฉยๆนะ ไม่ถึงกับชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมก็ไม่อยากไปบอกเขาว่า ‘พี่ครับ เรียกผมว่านักแสดงนะครับ’ ใครจะเรียกอะไรก็ได้หมด แต่เราเรียกตัวเองว่านักแสดง ในพาสปอร์ตผมก็เขียนว่าเป็น actor

“ภณอยากเป็นนักแสดงที่เล่นได้หลายบทบาทและทำให้คนดูเชื่อว่ามีตัวละครนั้นจริงๆครับ”

ติดตามชมแฟชั่นเซตและอ่านบทสัมภาษณ์ของ ภณ ณวัสน์ แบบเต็มๆ ได้ในนิตยสารแอล ประเทศไทย ฉบับเดือนกันยายน 2021 ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศหรือสั่งซื้อได้ที่ Facebook inbox: ELLE Thailand

เรื่อง: สุภักดิภา พูลทรัพย์
ช่างภาพ: อรรคพล คำภูแสน
สไตลิส: Pitipong Pongdam
แต่งหน้า&ทำผม: ภิญโญ ลิไธสง
Share on facebook
Share on twitter
Share on email