fbpx

I

In the mag

เปิดมุมมองของคนพร้อมบวก พร้อม ราชภัทร จากเดือนวิศวะสู่รุ่นพี่วิศวะใน ‘กลรักรุ่นพี่’

"เราอย่าไปเศร้ากับชีวิต เพราะความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่งของการเติบโต
เปิดมุมมองของคนพร้อมบวก พร้อม ราชภัทร จากเดือนวิศวะสู่รุ่นพี่วิศวะใน ‘กลรักรุ่นพี่’
Digital Fashion Editor

เปิดมุมมองของคนพร้อมบวก พร้อม ราชภัทร จากเดือนวิศวะสู่รุ่นพี่วิศวะใน ‘กลรักรุ่นพี่’

"เราอย่าไปเศร้ากับชีวิต เพราะความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่งของการเติบโต
เปิดมุมมองของคนพร้อมบวก พร้อม ราชภัทร จากเดือนวิศวะสู่รุ่นพี่วิศวะใน ‘กลรักรุ่นพี่’
Digital Fashion Editor

จากเดือนวิศวะที่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะตัวเมนซีรี่ส์วาย ‘รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ’ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ชีวิตของพร้อม-ราชภัทร วรสาร วนเวียนอยู่กับความสัมพันธ์และความเป็นวิศวะ — แม้ในผลงานเรื่องใหม่ที่เขาพร้อมนำเสนอ

ตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงเมื่อราวๆ 2 ปีก่อน พร้อมแนะนำตัวเสมอว่าเป็น ‘ลูกครึ่งอำนาจเจริญ-อุบลราชธานี’ โดยที่อำนาจเจริญคือสถานที่ใช้ชีวิตเป็นส่วนมาก หากอุบลราชธานีคือบ้านเกิด และชีวิตของพร้อมเริ่มแผ่ขยายออกไปจังหวัดเพื่อนบ้านเมื่อเข้าเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่นั่นพร้อมโดนสปอตไลต์ส่องเป็นครั้งแรกเมื่อได้เป็นเดือนคณะวิศวะ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเส้นทางชีวิตในอีกหลายปีต่อมาจะยังข้องเกี่ยวกับวิศวะอยู่เช่นเดิม กระทั่งในวันที่พร้อมพร้อมจะเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วก็ตาม

EN OF LOVE รักวุ่นๆ ของหนุ่มวิศวะ เป็นผลงานแสดงเรื่องแรกของผมเลยครับ” พร้อมบอก “ผมแสดงเรื่อง เหนือพระราม เป็นเรื่องแรกในชีวิต” EN OF LOVE แบ่งเป็น 3 เรื่องราวย่อยๆ ซึ่งจะมีผลผูกพันกับพร้อมและนักแสดงอีก 2 คนในผลงานเรื่องใหม่ของพร้อม นอกจากเรื่องเหนือพระรามแล้วก็มี ‘วิศวะมีเกียร์น่ะเมียหมอ’ และ ‘กลรักรุ่นพี่’ ที่กลายเป็นจุดกำเนิดคู่จิ้น หยิ่น-วอร์ จากเคมีที่ช่างเข้ากันระหว่าง หยิ่น​-อานันท์ หว่อง​ และ วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์

มาวันนี้จากหยิ่น-วอร์ ก็มีเวอร์ชั่นอัพเดตเป็นหยิ่น-วอร์-พร้อม เมื่อทั้ง 3 คนจาก 2 เรื่องราวมาพบกันในกลรักรุ่นพี่เวอร์ชั่นเต็ม-อิ่ม-จุ “ซีรี่ส์กลรักรุ่นพี่ที่ฉายไปครั้งแรกเหมือนเราย่อทั้งเรื่องให้อยู่ใน 4 ตอน นึกภาพปลาหมึกแห้งครับ (ทำมือเหมือนกำลังหมุนเครื่องรีดปลาหมึก) พอมาครั้งนี้จะเป็นการเล่าเรื่องเต็มๆ ของกลรักรุ่นพี่ อะไรที่แฟนนิยายได้อ่าน รายละเอียดต่างๆ ที่เขาอยากเห็นก็จะได้ดูกันบางส่วนในซีรี่ส์เรื่องนี้ ทุกสิ่งที่รอคอยจะได้ดูกันแน่นอน” พร้อมบอกด้วยแววตาอิ่มแต่รอยยิ้มกระวนกระวายนิดๆ “ผมตื่นเต้นมาก ซีรี่ส์ปิดกล้องแล้ว เราใช้เวลากับการทำงานเรื่องนี้มานานมาก แฟนๆก็รอกันมาตั้ง 2 ปีเต็ม พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเหลือแค่รอรับชมก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก”  

พร้อมบอกว่าในเรื่องนี้เขารับบทเป็น ‘ศาลาพักใจ’ ก่อนขยายความว่า “ตัวละคร ‘พี่เหนือ’ เป็นคนคอยรับฟัง เวลาทำอะไรก็จะพยายามทำแบบสุดๆ พุ่งเข้าใส่เป้าหมายเกินร้อย เรื่องเดียวที่เขาจะยอมหรือตัดสินใจง่ายมากคือเรื่องเพื่อน และเสน่ห์ของเขาคือความรวย (หัวเราะ) เลี้ยงเพื่อน ให้เพื่อนหมด รักเพื่อนมาก ให้เพื่อนทั้งด้านวัตถุและจิตใจ เขาเป็นเหมือนผม 50-50 ผมก็เป็นคนทำอะไรจริงจังถ้าสิ่งนั้นเราอยากทำ เป็นคนประเภทพร้อมรวย ผมกับพี่เหนือไม่มีอะไรใกล้เคียงกันเลยครับ” พร้อมหัวเราะ บอกว่าเพิ่งทำงานแสดงได้ไม่กี่ปียังมีอะไรที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันอีกเยอะ

การทำงานกับหยิ่นและพี่วอร์ดีมากๆ ครับ ไม่มีปัญหาเลย อย่างหยิ่นเป็นคนที่ใครๆ ก็ทำงานด้วยง่ายมากๆ อยู่แล้ว เขาเป็นคนทำอะไรมีระบบระเบียบชัดเจน ส่วนพี่วอร์รับส่งอารมณ์การแสดงเก่งมาก เขามีประสบการณ์การแสดงมากกว่าใคร พอเขายิงอะไรมาเราเลยรับได้ง่าย” พูดถึงเพื่อนรักร่วมซีรี่ส์ทั้งสองแล้ว พร้อมก็นึกถึงเหตุการณ์นอกบทที่กลายเป็นเรื่องราวประทับใจระหว่างทำงานด้วยกัน จึงหยิบมาแชร์ให้ฟังแบบไม่มีสปอยล์ว่า

“มีฉากหนึ่งที่ผมกับพี่วอร์นั่งร้องไห้กัน ซึ่งในบทเขียนไว้ว่าตัวละครผมจะไม่ร้องไห้ ผมจะเป็นคนปลอบใจพี่วอร์ ไม่ใช่ร้องไห้ไปด้วยกัน แต่ตอนแสดงจริงพี่วอร์ส่งอารมณ์มาแรงมาก ด้วยความที่เป็นซีนสุดท้ายที่ถ่ายทำซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วย พี่วอร์เลยทำเต็มที่มาก เขาส่งอารมณ์มาอย่างเยอะ ผมก็ฮึก! ในใจแอบตกใจเบาๆ ไม่มีในบทนี่ เราต้องไม่ร้องไห้ แต่ ณ วินาทีนั้นเราตัดสินใจว่าจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาตามความรู้สึกครับ เลยกลายเป็นฉากที่ผมกับพี่วอร์นั่งร้องไห้ไปด้วยกันเฉยเลย” พร้อมเล่าไปหัวเราะไปให้กับฉากร้องไห้ของตัวเอง “แต่ผมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของการแสดง มันคืองานศิลปะ เราทำตามที่เขียนไว้ในบทเป๊ะๆ ทุกอย่างอาจจะไม่ได้ หน้างานมีการรับส่งอารมณ์กัน บางทีการปล่อยไปตามโฟลว์อย่างที่มันเป็นอาจจะดีกว่าก็ได้” ฉายาศาลาพักใจของพี่เหนือเลยกลายเป็นศาลาเจ้าน้ำตาไปในฉากนี้

พร้อมไม่ลืมประเด็นที่ค้างไว้ เขายูเทิร์นวกกลับมาพูดถึงแฮชแท็กใหม่ #หยิ่นวอร์พร้อม ที่มาพร้อมการมาถึงของกลรักรุ่นพี่เวอร์ชั่นเต็มนี้ว่า “หยิ่น-วอร์เขามีแฟนคลับเหนียวแน่นมาก พอตอนนี้กลายเป็นหยิ่น-วอร์-พร้อม ผมว่าก็เป็นคู่จิ้นส์ คือเติมเอสด้วย (หัวเราะ) ผมว่าแฟนๆ แฮปปี้ไปกับการเติบโตของพวกเรา แฟนคลับไม่ได้มองแค่ตัวละครอย่างเดียว แต่เขาสนใจในชีวิตและความเป็นตัวตนของพวกเราด้วย อย่างพวกเรา 3 คนก็เติบโตในการแสดงมาด้วยกัน ฝึกมาด้วยกัน แฟนๆ เห็นพวกเรามาตลอดตั้งแต่ตอนที่เรายังใหม่มาก จนมาถึงวันที่พวกเรามีผลงาน เขาก็ดีใจไปกับการเจริญเติบโตของพวกเรา ไม่ได้คิดว่าเราจะมาแยกคู่จิ้นหยิ่น-วอร์ของเขาเลย”

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาพร้อมได้จูนรากเหง้าอีสานของตนเข้ากับศาสตร์การแสดงที่ชื่นชอบใน หน่าฮ่านเดอะซีรีส์ ที่แฟนคลับได้ฟังพร้อมพูดอีสานคล่องปากราวกับพ่นท่อนแร็ป เป็นอันว่าภายในปีเดียวกันพร้อมได้เปิดประตูเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่มให้ผู้ชมกระแสหลักได้ทำความรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นดีเอ็นเออีสานหรือจักรวาลวาย “เราดีใจนะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลนี้ เราผ่านอะไรกันมาเยอะกว่าที่คนดูจะยอมรับ เรียกว่าปากกัดตีนถีบครับ (หัวเราะ) จากตอนแรกๆ ที่มีคนดูเฉพาะกลุ่ม จนถึงตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ไปแล้ว อย่างซีรี่ส์วายที่ตอนนี้มีคนดูไม่ใช่แค่ในเมืองไทย แต่มีหลายประเทศเลย ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกินคาดเราไปมากๆ

“ตอนแรกผมแค่อยากเข้ามาลองทำงานแสดง อยากมีผลงานให้เราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราทำงานแสดงได้หรือเปล่า เอาจริงๆ ผมว่าคนเรามีจุดที่อยากจะออกจากคอมฟอร์ตโซนตัวเองบ้าง อยากออกไปลองทำให้รู้ว่าเราทำสิ่งอื่นได้หรือเปล่านอกจากสิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว พอมีโอกาสได้ทำงานแสดงก็เลยอยากจะมีประสบการณ์กับงานตรงนี้ดู ซึ่งพอเข้ามาทำแล้วเราสนุกกับมัน รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและอยากทำต่อไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้มีเป้าหมายใหญ่โตเลยครับ อันที่จริงผมไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่ทำให้ดีที่สุดไปทีละงาน ลองอะไรไปเรื่อยๆ กับชีวิต” พร้อมพูดถึงอาการโฟลว์อีกครั้ง น่าจะเป็นคำที่มีความหมายสำหรับตัวเขาที่พร้อมจะรับมือกับทุกสิ่งที่เข้ามา  

พอเราไม่ได้วางเป้าหมาย ในแง่หนึ่งมันก็ดี เราไม่กดดันตัวเอง แต่ถ้าสมมติเรามีเป้าหมายว่าจะเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ดให้ได้ภายใน 3 ปี ผมคงต้องผลักดันตัวเองหนักมาก คงต้องไปเรียนและฝึกฝนตัวเองแบบสุดๆ แต่ผมคิดว่าถ้าเราทำอะไรบางอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ เราก็จะมีทางไปของเราได้เรื่อยๆ ก็เหมือนกับงานแสดงที่ตั้งแต่ทำอาชีพนี้มา ผมยังไม่เจอจุดตีบตันหรือเจออุปสรรคมากมาย ผมว่าผมโฟลว์ไปได้เรื่อยๆ ด้วยซ้ำ อาจจะมีจุดที่ท้าทายบ้าง เพราะชีวิตจริงผมร้องไห้ยากมาก แต่ในการแสดงบางจุดตัวละครต้องร้องไห้ ผมต้องทำความเข้าใจกับการเข้าถึงอารมณ์ตัวละครอยู่พักหนึ่งเลย ทำความเข้าใจกับการที่เราจะเป็นอีกคนหนึ่งให้ได้ ก็เป็นสิ่งที่ผมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะมากๆ

“พอมองย้อนกลับไป ผมว่าก็ไม่มีอะไรที่ผมเสียดายหรือเสียใจเลยสักอย่างนะ ถึงจะมีบ้างบางเรื่องที่คิดว่าน่าจะทำให้ดีกว่านี้ แต่มัน…ก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วน่ะครับ มันคืออดีต ถ้าเรามัวแต่ไปจมกับอดีต รู้สึกแย่ว่าทำไมเราทำไม่ได้ก็ไม่ได้อะไรนอกจากความเศร้าและกดดันตัวเองเปล่าๆ ผมว่าผมเป็นคนคิดทบทวนกับสิ่งที่ผ่านมาและพยายามจะไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่แบบนั้นอีก เราเลือกจะเดินหน้าต่อไปกับชีวิตของเรา”  

ชื่อพร้อมแต่ไม่ต้องรอพร้อมก่อนค่อยลงมือทำ เพราะชื่อพร้อมของ พร้อม-ราชภัทร ติดตั้งมากับความคิดที่ว่า พร้อมจะโจนเข้าไปทำแบบไม่รีรอ “ผมเป็นคนพร้อมบวก” พร้อมหัวเราะ “ถ้ามีโอกาสก็ทำเลย ผมเพิ่งไปดูหนัง Top Gun: Maverick ในเรื่อง Tom Cruise พูดว่า ‘ทำเลย ไม่ต้องคิด’ มันเหมือนสิ่งที่ผมทำมาตลอด แต่คำว่าไม่คิดนี่ไม่ได้หมายความว่าประมาทเลินเล่อนะครับ แต่ไม่คิดวนไปวนมาจะทำ-ไม่ทำดี ถ้าผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีก็จะลองทำเลย ทำแล้วเจอปัญหาก็จะพยายามมีสติตั้งรับ เจออุปสรรคอะไรก็แก้กันไป” คนพร้อมบวกบอกเสียงมุ่งมั่น

พร้อมได้แนวคิดหลายอย่างมาจากการพูดคุยกับตัวเองและอีกส่วนหนึ่งมาจากนิสัยรักการอ่านหนังสืออยู่ประเภทเดียว “ผมชอบอ่านหนังสือแนวสอนการใช้ชีวิต เล่มที่ชอบมากคือ ‘เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด’ มันคือสิ่งที่เราพบเจอทุกวันแต่เราไม่เคยคิดสิ่งเหล่านั้นเลย ผมชอบทุกประโยคที่เขียนในหนังสือเล่มนั้น โดยรวมๆ แล้วเขาบอกว่าเราอย่าไปเศร้ากับชีวิต เพราะความเจ็บปวดคือส่วนหนึ่งของการเติบโต” พร้อมนิ่งไปเหมือนกลับไปทบทวนความซาบซึ้งขณะอ่านหนังสือเล่มนั้น “หนังสือแนวอื่นผมไม่อ่านเลย อ่านแต่แนวสอนการใช้ชีวิต ผมรู้สึกว่าคนที่เขียนหนังสือมีการกลั่นกรองความคิดและเรียบเรียงเป็นถ้อยคำออกมาอย่างพิถีพิถันจริงๆ มันไม่เหมือนการพูดที่คิดอะไรเราก็อาจจะพูดออกมาเลย แต่นี่กว่าเขาจะเขียนหนังสือออกมาได้เล่มหนึ่ง ผมว่าเขากลั่นกรองมาเป็นปีๆ แต่ละประโยคแต่ละคำเลยกระทบใจเรามากๆ เวลาอ่าน”  

พร้อมส่ายหน้ารัวๆ เมื่อเจอคำชวนว่าอยากเป็นนักเขียนกับเขาบ้างไหม แต่หันไปชวนคนให้ลองเปิดใจดูซีรี่ส์วาย “ผมว่าคนที่ดูซีรี่ส์วายเขาก็ดูกันอยู่แล้วละ ส่วนคนที่ยังไม่เข้าสู่จักรวาลวาย ผมอยากให้ลองเปิดใจดูครับ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจ มองว่าเป็นเรื่องชายรักชายแค่นั้น แต่พอเราเข้ามาศึกษาจริงๆ ผมว่ามีหลายแง่มุมมากๆ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต มุมมองความรัก และหลายๆเรื่อง มันมีอะไรมากกว่าเราที่คิดเยอะมาก ไม่จำเป็นต้องอินหรือรักซีรี่ส์วายก็ได้ แต่อยากให้ลองทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมโลกอีกหลายๆ แบบ เหมือนเราได้เรียนรู้ชีวิตของมนุษย์คนอื่นๆ ดูบ้าง”     

Story : สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer : อรรคพล คำภูแสน
Stylist : พิชญา ชัยสุข
Make Up : ชินกฤต ธนาสนธิราช
Hair : ก้องเกียรติ กริสกรี
Assistant Stylist : ฐิติกร หอมหวน
Assistant Photographer : นิติพงษ์​ ค้าข้าว

RELATED STORY

การเดินทางครั้งใหม่ของ Mark Tuan ในฐานะศิลปินเดี่ยวและการได้กลับมาเจอแฟนชาวไทยอีกครั้ง 
"ผมเห็นว่าพวกคุณให้การสนับสนุนผมมากแค่ไหน ประเทศไทยมักจะติด 3 อันดับท็อปแฟนอยู่เสมอ"
ud-awat
เมื่อแพสชั่นต่อท้องทะเลทำให้เห็นความปวดร้าวของคนทำงานอนุรักษ์ในเมืองไทย 
10 ปีที่ห่างหาย เพื่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ของ ‘โทโมะ-เขื่อน-ป๊อปปี้’ ในนาม TKP
กฎข้อเดียวในการกลับมาทำงานเพลงด้วยกันครั้งนี้กคือ ความสบายใจของทุกคนต้องมาเป็นอันดับ 1
maisie-williams
นักแสดงสาวผู้ไม่เคยหยุดนิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.