I

Watches

Seiko ฉลอง 55 ปีนาฬิกาดำน้ำสุดไอคอนิก ที่นำมาอัพเดตใหม่ส่งท้ายปี 2020

ผลิตจำนวนจำกัด เอาใจสาวก Seiko ตัวจริง
Share on facebook
Share on twitter

Watches

Share on facebook
Share on twitter

Seiko ฉลอง 55 ปีนาฬิกาดำน้ำสุดไอคอนิก ที่นำมาอัพเดตใหม่ส่งท้ายปี 2020

ผลิตจำนวนจำกัด เอาใจสาวก Seiko ตัวจริง
ย้อนไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว Seiko ได้เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกและถือเป็นเรือนแรกของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยกลไกอัตโนมัติและความสามารถในการกันน้ำระดับ 150 เมตร นาฬิกาเรือนนี้ได้ผ่านการพิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทานและเชื่อถือได้เมื่อถูกใช้เป็นเครื่องบอกเวลาของสมาชิกทีมที่ร่วมสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาในช่วงทศวรรษที่ 1960 และในปีต่อมา Seiko ได้สร้างสรรค์นาฬิกาดำน้ำออกมามากมายหลายรุ่นซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักดำน้ำมืออาชีพและนักผจญภัยทั่วโลก การันตีถึงมาตรฐานที่สูงทั้งในด้านคุณภาพและความทนทานที่เชื่อถือได้

และสำหรับรุ่นพิเศษที่เป็นการเปิดตัวทิ้งท้ายปี 2020 มีความพิเศษกับการฉลองครบรอบ 55 ปีของนาฬิกาดำน้ำของ Seiko โดยการพัฒนามีขึ้นบนพื้นฐานของรุ่นประวัติศาสตร์ของ Seiko ที่ถูกเปิดตัวในปี 1965 และ 1970 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของการพัฒนานาฬิกาดำน้ำของแบรนด์ และนาฬิการุ่นใหม่นี้จะถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดพร้อมกับมีการอัพเดตรายละเอียดทางเทคนิค และการออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับการฉลองครบรอบ 55 ปี

1965 Diver’s Re-creation

นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของ Seiko และถือเป็นเรือนแรกของญี่ปุ่น ถูกผลิตขึ้นเมื่อปี 1965 ในช่วงเวลาที่นาฬิกาที่มาพร้อมกับความสามารถในการกันน้ำระดับสูงนั้นยังไม่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดอย่างกว้างขวางมากนัก โดยนาฬิกาดำน้ำของ Seiko มาพร้อมกับกลไกอัตโนมัติ และการกันน้ำในระดับ 150 เมตร ในเวลาต่อมาเมื่อกิจกรรมการดำน้ำได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้น ตัวนาฬิกาเลยได้รับความนิยมและการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และถือเป็นการเปิดทางให้ทาง Seiko สามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องของความทนทาน ความเที่ยงตรง และการเป็นนาฬิกาที่มีความปลอดภัยสำหรับนักดำน้ำ ซึ่งแนวคิดนี้ได้ถูกยึดถือในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งสำคัญสุดคือการเลือกใช้สแตนเลสสตีลที่มีคุณภาพสูงสำหรับการผลิตตัวเรือน จนเป็นที่รู้จักกันว่า ‘เป็นสตีลที่มีการส่องประกายแวววาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา’ ของ Seiko โดยเกรดของสตีลที่นำมาใช้นั้นจะมีความทนทานต่อการกระแทกดีกว่าสตีลที่ใช้กับอยู่ในกลุ่มของนาฬิการะดับสูงทั่วไป

วัสดุนี้ได้รับความนิยมในการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในเรื่องของการเป็นวัสดุสำหรับผลิตโครงสร้างของอุปกรณ์หรือสิ่งที่จะนำมาใช้งานทางทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงการกัดกร่อนจากน้ำทะเลที่เต็มไปด้วยคลอไรด์ ในเรื่องของการผลิตตัวเรือนนาฬิกานั้นถือว่าต้องผ่านบททดสอบและความท้าทายมากมาย แต่ก็ต้องขอขอบคุณนวัตกรรมและประสบการณ์การณ์ในการทำงานของทีม Seiko ความท้าทายเหล่านี้ได้ถูกพิชิตลงได้และสตีลที่มาพร้อมกับการส่องประกายตลอดกาลนั้นในตอนนี้ได้ถูกนำมาใช้และได้สร้างมาตรฐานใหม่ในแง่ของความทนทานให้กับนาฬิกาดำน้ำ

สำหรับกลไกที่อยู่ในตัวนาฬิกานั้นเป็นรหัส 8L35 ที่ได้รับการพัฒนาและการผลิตอย่างพิถีพิถันจากสตูดิโอ Shizukuishi Watch เพื่อรองรับกับการใช้งานตามแบบฉบับนาฬิกาดำน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับงานออกแบบดั้งเดิมในปี 1965 นาฬิกาดำน้ำในกลุ่ม Prospex ใหม่รุ่นนี้ได้รับการยกระดับในด้านฟังก์ชั่นในการทำงานให้เพิ่มขึ้น ตัวนาฬิกามาพร้อมกับกระจกแบบ Sapphire ทรงเหลี่ยม และมีความสามารถในการกันน้ำ 200 เมตรซึ่งถือเป็นตัวเลขความสามารถในการกันน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยมากับลวดลายสัญลักษณ์รูปปลาโลมาแบบเดียวกับที่มีอยู่ในรุ่นดั้งเดิมปี 1965

1970Diver’s Modern Re-interpretation

หลังจากความสำเร็จในการผลิตนาฬิกาดำน้ำได้รับการตอบรับที่ดีจากนักดำน้ำและนักผจญภัยจากทั่วโลก นาฬิกาดำน้ำของ Seiko ได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลก เช่นเดียวกับผลงานของแบรนด์ในด้านนวัตกรรมที่ถูกเปิดตัวออกมาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา สำหรับการเปิดตัวโฉมใหม่ของรุ่น 1970 มีการการอัพเดตดีไซน์เพื่อให้ลงตัวขึ้นด้วยการใช้สีน้ำเงิน พร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น

เอกลักษณ์สำคัญในด้านการออกแบบของนาฬิการุ่น 1970 นั้นคือการย้ายเม็ดมะยมไปอยู่ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาได้รับการปกป้องโดยการขยายตัวเรือนรอบๆ ออกมาให้คลุมตรงส่วนนั้น การออกแบบกลายเป็นที่น่าจดจำเนื่องจากสามารถใช้งานได้จริงและนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำที่มีความสามารถในการกันน้ำ 150 เมตรนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ที่ต้องการนาฬิกาที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และได้ถูกสวมใส่โดยนักผจญภัยชาวญี่ปุ่นชื่อดัง นาโอมิ อุเอมูระ จากการใช้สุนัขลากเลื่อนเพื่อเดินทางคนเดียวจากกรีนแลนด์ไปยังอลาสก้ารวมระยะทาง 12,000 กิโลเมตรซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้น 18 เดือน

นาฬิการุ่นใหม่ของ Prospex ที่ถูกออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำในปี 1970 มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นดั้งเดิมเพียงเล็กน้อย แต่ยังให้ความเคารพอย่างเต็มเปี่ยมต่อทุกรายละเอียดในด้านการออกแบบของรุ่นดั้งเดิม ตัวเรือนมีขนาดที่กว้างพร้อมการออกแบบที่มีความต่อเนื่องและไหลลื่นของตัวเรือนด้านข้างเพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องเม็ดมะยมที่อยู่ในตำแหน่ง 4 นาฬิกา

นาฬิกามีการปรับสเป็กให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ขับเคลื่อนด้วยกลไก 6R35 ที่สำรองพลังงานได้ 70 ชั่วโมง ตัวเรือนมีการเคลือบแข็งเป็นพิเศษและมาพร้อมกับกระจกแซฟไฟร์ โค้งแบบสองชั้น ที่ได้รับการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และสามารถกันน้ำได้ 200 เมตร พื้นผิวด้านบนของขอบตัวเรือนได้รับการขัดตามแนวทาง Zaratsu เพื่อให้เกิดความเงางามที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับกระจกสะท้อนภาพที่สวยงาม
Share on facebook
Share on twitter
Share on email

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.