fbpx

I

Art & Culture

ฟุตบอลโลกที่เป็นหน้าตา กับ LGBTQ+ ที่เป็นปัญหาในกาตาร์

ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เคยแสดงความเห็นว่า รักร่วมเพศถือเป็น 'บาปร้ายแรง'

ฟุตบอลโลกที่เป็นหน้าตา กับ LGBTQ+ ที่เป็นปัญหาในกาตาร์

ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เคยแสดงความเห็นว่า รักร่วมเพศถือเป็น 'บาปร้ายแรง'

ระหว่างที่กาตาร์กำลังตื่นเต้นกับการเป็นเจ้าภาพงานใหญ่ระดับโลก แต่เรื่องใต้พรมอย่างปัญหา LGBTQ+ ก็ผุดขึ้นมาเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อ นักเคลื่อนไหวพากันออกมาเรียกร้องให้กาตาร์ยอมรับ ‘ในความมีอยู่’ และปฏิบัติต่อชาว LGBTQ+ อย่างเท่าเทียมและมีมนุษยธรรม

Nasser Mohamed แพทย์ชาวกาตาร์ไม่อยากใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไปแล้ว เขาจำต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง และไปใช้ชีวิตเกย์แบบเปิดเผยที่ซานฟรานซิสโก นอกจากนัสเซอร์ โมฮัมเหม็ดจะเปิดเผยตัวตนในสังคมที่เขาอยู่ปัจจุบันแล้ว เขายังถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองในสื่อโซเชียลอีกด้วย “ในกาตาร์พวกเขาพยายามเซ็นเซอร์การมีอยู่ของเรา” เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC “ที่นั่นใครเป็นเกย์จะต้องอยู่ด้วยความกลัวตลอดเวลา ต้องวางแผนการใช้ชีวิตประจำวันให้รัดกุมเพื่อไม่ให้เผลอแสดงตัวตนออกมา ไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงที่ต้องเจอกับอะไรที่ไม่คาดฝัน

 Dr. Nasser Mohamed แพทย์ชาวกาตาร์ผู้ลี้ภัยไปสหรัฐอเมริกา

กาตาร์เป็นหนึ่งใน 69 ประเทศของโลกที่กลุ่มเพศทางเลือกต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหง ภายใต้มาตรา 285 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของกาตาร์ ระบุว่าการมีเพศสัมพันธ์นอกการสมรส รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ในช่วงสิบสองปีนับตั้งแต่มีการส่งต่อฟุตบอลโลก 2010 สื่อของยุโรปได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติที่ไร้มนุษยธรรมในกาตาร์เป็นหลัก รวมถึงนโยบายการปกครองของรัฐที่ไม่เอื้อให้กลุ่มเพศทางเลือกได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ยามนี้นักเคลื่อนไหวจึงต้องการสร้างความตระหนักในประเด็นนี้ในช่วงสัปดาห์ที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก

นัสเซอร์ โมฮัมเหม็ดทำรายงานพร้อมรายชื่อเหยื่อส่งให้กับองค์กรสิทธิมนุษยชน เพื่อที่องค์กรสิทธิฯ ติดต่อสัมภาษณ์ชายรักร่วมเพศ เลสเบียน และหญิงข้ามเพศสี่คนจากกาตาร์ ทั้งหมดสารภาพกับเจ้าหน้าที่องค์กรสิทธิฯ ว่าพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่กาตาร์คุมขังชั่วคราวภายในเรือนจำใต้ดินในเมืองหลวงโดฮา เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นระหว่างปี 2019 ถึงกันยายน 2022 ในรายงานกล่าวถึงเหยื่อบางคนถูกทุบตี ทำให้อับอายด้วยคำพูดด่าทอ บางคนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงที่ปรึกษาด้านกฎหมายและการรักษาพยาบาล 

หน่วยงานความมั่นคงของกาตาร์ดูจะมั่นใจว่าการกวาดจับแบบสุ่มของพวกเขาจะไม่ถูกรายงานหรือตรวจสอบ เจ้าหน้าที่องค์กรสิทธิมนุษยธรรมให้ข้อมูล ส่วนกระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ก็ปฏิเสธข้อกล่าวหา อีกทั้งยังวิจารณ์รายงานขององค์กรสิทธิฯ ว่าไม่เป็นความจริง นอกจากนั้นองค์กรสิทธิฯ เปิดเผยอีกว่า ยังมีเกย์และเลสเบียนถูกคุมขัง 7 คนจากโมร็อกโก เนปาล และฟิลิปปินส์ ทั้งหมดล้วนเป็นแรงงานต่างชาติที่เข้าไปแสวงโชคในกาตาร์

 Dr. Nasser Mohamed

ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เคยแสดงความเห็นต่อสื่อภาษาอาหรับอย่างชัดเจนว่า รักร่วมเพศถือเป็น ‘บาปร้ายแรง’ ในสื่อออนไลน์มีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนถึงเรื่องแนวทางการทดสอบรสนิยมทางเพศของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ากาตาร์ ซึ่งผู้เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นคนในสังคมอนุรักษ์นิยม เมื่อปี 2020 มหาวิทยาลัยอเมริกัน นอร์ธเวสต์ในโดฮาเคยคิดจะจัดคอนเสิร์ตกับวงดนตรีร็อกจากเลบานอน แต่ชาวกาตาร์ส่วนหนึ่งไม่พอใจและประท้วงต่อต้านนักร้องเกย์ของวงดังกล่าวจนมหาวิทยาลัยต้องยกเลิกคอนเสิร์ตไป รัฐบาลกาตาร์เองก็ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในเรื่องการเซ็นเซอร์ แต่บทความที่เกี่ยวกับ ‘ความเกลียดกลัวรักร่วมเพศ’ ในกาตาร์ของสื่ออย่าง Doha News หรือ New York Times ก็ไม่ปรากฏให้เห็นหลายครั้ง แม้แต่นักการเมืองกาตาร์สายกลางที่เคยไปศึกษาในสหรัฐอเมริกายังเลี่ยงหรือถูกกันไม่ให้รับตำแหน่งสำคัญ อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการถูกมองว่าอ่อนแอ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักวิชาการด้านศาสนาอิสลามให้เหตุผลต่อเรื่องนี้ว่า โครงสร้างทางสังคมของประเทศอาหรับถูกครองงำโดยเพศชาย และมีลักษณะการแยกเพศอย่างชัดเจน จึงต้องยึดอุดมคติของความเป็นชายไว้อย่างเหนียวแน่น รักร่วมเพศคือจุดอ่อนในสายตาของสังคมชาวอาหรับ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการอิสลามยังสนับสนุนการวิพากษ์ความคิดเห็นที่แตกต่าง และมองว่าไม่ควรนำความเชื่อทางศาสนามาเกี่ยวโยงกับเรื่องรสนิยมทางเพศ ความจริงแล้วมีการค้นพบเพลงและบทกวีของนักประพันธ์ชาวอาหรับที่มีแนวคิดรักร่วมเพศเมื่อหลายศตวรรษก่อน จนถึงศตวรรษที่ 19 สังคมหลายแห่งในตะวันออกกลางยังใจกว้างและผ่อนปรนกันอยู่ มาเริ่มเข้มงวด-ปิดกั้นก็เมื่ออำนาจอาณานิคมเริ่มเข้ามาในภูมิภาคนี้นั่นเอง

Peter Tatchell นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ

ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก การถกเถียงเรื่องรักร่วมเพศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มพันธมิตรขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ระหว่างประเทศต้องการเปิดประเด็นเรื่องนี้และพยายามกดดันฟีฟ่า เมื่อไม่นานมานี้ Peter Tatchell นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษก็ออกมาประท้วงคัดค้านกฎหมายต่อต้านกลุ่มเพศทางเลือกที่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในโดฮา และข่าวได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียเมื่อแท็ตเชลล์ถูกจับกุม ต่อมามีข่าวเพิ่มเติมว่าการประท้วงของเขาถูกระงับโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยเท่านั้น 

เป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกาตาร์จะยังคงยึดแนวทางปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมประท้วงในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกเหมือนที่ผ่านมา คล้ายกับเจ้าหน้าที่ในรัสเซียเมื่อครั้งเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกปี 2018 แต่ไม่นานภายหลังการจากไปผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เครมลินก็ได้เพิ่มการปราบปรามในภาคประชาสังคม

 Dr. Nasser Mohamed

แต่การปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐมักจะทำกันแบบเงียบเชียบและไร้หลักฐาน นัสเซอร์ โมฮัมเหม็ด แพทย์ชาวกาตาร์ผู้ลี้ภัยไปสหรัฐอเมริกาบอกกล่าวกับสำนักข่าว BBC เขายังพูดถึงปัญหาที่เขาประสบอยู่ด้วยว่า พลเมืองกาตาร์อย่างเขานั้นมาจากประเทศที่ร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บางครั้งเขาก็พบว่าขั้นตอนการขอลี้ภัยของเขาค่อนข้างยุ่งยาก เหตุเพราะขาดหลักฐานยืนยันว่าเขาถูกกดขี่ข่มเหงจากการเป็นรักร่วมเพศของตนเอง แต่เขาก็จะพยายามต่อไป

Story: Boonchoak Panichsilp

RELATED STORY

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.