fbpx

I

Fashion

Raf Simons SS20 กลับสู่รากเดิมของเขาด้วยชิ้นประจำตัวมากมาย

ดีไซน์พังก์ร็อกที่ได้แรงบันดาลใจจาก American Pop Culture

Raf Simons SS20 กลับสู่รากเดิมของเขาด้วยชิ้นประจำตัวมากมาย

ดีไซน์พังก์ร็อกที่ได้แรงบันดาลใจจาก American Pop Culture
Raf Simons เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่มักจะกลับไปสู่ตัวเองในอดีตบ่อยครั้ง หากให้ยกตัวอย่างก็คือแคมเปญ FW19 ล่าสุดก็คือการนำแคมเปญของ AW01 และ SS04 มาจินตนาการใหม่ หรือการนำดีไซน์เก่า ๆ เช่น Bunny Boot มาออกแบบผสมเข้ากับ Ozweego หรือจะการนำลายกราฟิก Joy Division และ New Order มาใช้ซ้ำบ่อย ๆ ครั้ง ในคอลเล็กชัน SS20 นี้ก็ยังคงมีการหยิบจับงานดีไซน์ตันเองในอดีต แม้จะไม่ทำโดยตรง แต่การเห็นคอลเล็กชันนี้ก็ทำให้อดนึกถึงคอลเล็กชันแรก ๆ ของเขาไม่ได้   

Raf Simons SS20

ทันทีที่เริ่มเราจะเห็นลุควัยรุ่นแรก ๆ เดินออกมาด้วยกางเกงขาสั้นแบบ Short Shorts ซึ่งเป็นดีไซน์ประจำตัวอย่างหนึ่งของ Raf โดยที่กางเกงมีข้อความว่า “My own Private Antwerp” ซึ่งเป็นการล้อกับชื่อภาพยนตร์เรื่อง “My own Private Idaho” หนังที่เกี่ยวข้องกับความขบถ การเดินทาง วัยรุ่น เซ็กส์ และยาเสพติด นำแสดงโดย Keanu Reeves และ River Phoenix ซึ่งธีมของหนังและการดีไซน์ขบถของ Raf นั้นไปได้ด้วยกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นบนเสื้อของนายแบบก็เป็นลายที่แทบจะเหมือน Abstract Art ที่มองเผิน ๆ อาจคิดว่าศิลปินคู่บุญของเขา Sterling Ruby เป็นคนทำ เรียกได้ว่าแทบจะเป็น Raf Simon-ness ในลุคเพียงไม่กี่ลุคเลยก็ว่าได้
Lab Coat ก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชัน โดยครั้งนี้มีป้ายเล็ก ๆ ติดที่อกว่า Raf Lab โดยถูกสไตล์คู่กับถุงมือขนาดยักษ์และรองเท้าบู๊ตหนังสูง ๆ หรือจะเป็น Blazer ตัวโคร่ง หนึ่งในดีไซน์ที่ Raf Simons ทำออกมาก่อนกาลตั้งแต่ SS1998 ที่สไตล์คู่กับกางเกงขา 4 ส่วนและรองเท้าหนังที่มีตัวหนังสือเขียนเป็นคำปริศนาว่า ‘Remote Control. “Events In Dense Fog.” Ralf Hutter. Kilimanjaro (19,335.6) ซึ่งดีเทลนี้ไปโผล่อยู่ในรูปแบบ Patches หรือลายเสื้อและกางเกงมากมายทั่วคอลเล็กชัน
สองสิ่งที่ Raf Simons มักเป็นที่รู้จักมาก ๆ คือ Knitwear ที่เหนือชั้นและการดีไซน์ที่ยึดโยงกับความเป็นอเมริกัน ลุค Knitwear ครั้งนี้ก็มากันหลากสี ทั้งดำ ฟ้าน้ำทะเล ครีม โดยมีทั้งทรง Oversized ให้ใส่เป็นตัวนอก หรือจะเป็นเข้ารูปที่มีทั้งสีแดง เหลืองแขนกุด เบจ หรือแม้แต่ม่วงคอวี ให้เอามา Layer ได้อย่างสนุกสนาน แต่สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นคือดีเทลที่โผล่อยู่ทั่วคอลเล็กชันที่หมุนความชอบในสไตล์อเมริกันแบบกลับตาลปัตร นั่นคือคำว่า Stone(ed) American หรือเสียงในโชว์ที่พูดเกี่ยวกับตำโกหกหรือทุนนิยมแบบอเมริกันก็ทำให้เราเห็นว่าในขณะนี้เขามีความสนใจเรื่องการเป็นขบถต่อระบบและโครงสร้างทุนนิยมและการเมืองอเมริกัน เขาไปเอาความโมโหแบบนี้มาจากไหนกันล่ะ ?

RELATED STORY

กดเ
การร่วมมือครั้งสำคัญ ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายอันสวยงาม
diormen
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้! นับว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์สุดยิ่งใหญ่ ที่ห้องเสื้อเก่าแก่แห่งนี้เนตรมิตขึ้นได้อย่างใจคิด
cover
นับว่าเป็นนักออกแบบอีกหนึ่งคน ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับแบรนด์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
btg
หลังจากนี้ทุกสิ่งที่อยู่ในโชว์ จะถูกสร้างมูลค่าให้แก่แบรนด์ต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.