fbpx

I

Health & Wellness

แม้มีมายาวนาน..แต่ทำไมการออกกำลังกายแบบ ‘Rhythm Cycling’ ยังคงเป็นที่นิยมในทุกวันนี้?

เบิร์นอย่างน้อย 500 แคลอรี่ในบรรยากาศสุดเร้าใจราวผับ
rhythm-cycling
rhythm-cycling

Health & Wellness

แม้มีมายาวนาน..แต่ทำไมการออกกำลังกายแบบ ‘Rhythm Cycling’ ยังคงเป็นที่นิยมในทุกวันนี้?

เบิร์นอย่างน้อย 500 แคลอรี่ในบรรยากาศสุดเร้าใจราวผับ

ใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำคงจะรู้ดีว่าการเผาผลาญแคลอรี่ในแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแลกมาด้วยความอดทนและวินัยอย่างสม่ำเสมอ มือใหม่หลายคนก็อาจต้องฝืนใจตัวเองอยู่บนลู่วิ่งหรือเครื่องออกกำลังอื่นๆ ในยิมให้ครบตามเวลา แต่หากสาวๆ คนไหนได้เปิดโลกให้กับ ‘Rhythm Cycling’ แล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อการออกกำลังกายไปได้ตลอดกาล

Rhythm Cycling คือการออกกำลังกายบนจักรยานผสมผสานกับการเคลื่อนไหวของทั้งร่างกายไปพร้อมดนตรีและเสียงเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุก เร้าใจเหมือนได้เต้นอยู่บนจักรยานเลยก็ว่าได้ ซึ่งเหล่าเซเลบริตี้ตัวแม่หลายคนก็ยังเลือกที่จะออกกำลังกายในรูปแบบนี้เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Lady Gaga, Selena Gomez และ Ariana Grande

Ariana-grande-cycling
Ariana Grande/Youtube

โดยส่วนใหญ่แล้วคลาสตามสตูดิโอจะใช้เวลาในการสอนราว 45 นาที – 1 ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างตอบโจทย์ที่ใครที่ต้องการเบิร์นแคลอรี่ปริมาณมากๆ ด้วยอัตราการเผาผลาญพลังงานต่อครั้งสูงถึง 500-800 แคลอรี่* ซึ่งไม่แปลกใจว่าทำไมคลาส Rhythm Cycling ที่มีมานานหลายปีจะยังคงเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้ นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ลองมาดูกันว่าประโยชน์และเหตุผลอะไรที่สาวๆ มือใหม่ควรเปิดใจลองสักครั้ง

*แคลอรี่โดยเฉลี่ยต่อคลาส 45 นาที

1. The Vibes

สาวปาร์ตี้อาจเป็นต้องถูกใจบรรยากาศของคลาสเป็นพิเศษด้วยกิมมิกแสง สี เสียงที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนราวกับ “Bring the club to your gym” โดยภายในสตูดิโอนั้นจะเป็นห้องมืดโดยมีเพียงครูฝึกหรือ Instructor ที่สามารถปรับเปลี่ยนแสงไฟตามจังหวะของเสียงเพลง นอกจากนี้ความมืดของห้องนี้เองยังถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับสาวๆ ที่เขินอายเวลาออกกำลังกายต่อหน้าผู้คนเยอะๆ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาสังเกตเวลาเราออกกำลังผิดท่า เพราะต่างคนต่างโฟกัสกับตัวเองและความสนุกเร้าใจตรงหน้าอย่างเต็มที่ ในส่วนของธีมและสไตล์เพลงก็จะมีความแตกต่างกันไปตามสไตล์ของครูฝึก ในกรณีที่เป็นเทศกาลหรือช่วงที่มีอีเวนท์สำคัญ อาทิ ฮาโลวีน Super Bowl Halftime Show หรือแม้กระทั่งวันเด็กเอง สตูดิโอส่วนใหญ่ก็มักจะจัดธีมพิเศษสนุกๆ และเพลย์ลิสต์รวบตึงเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมมาบิลด์นักปั่นกันอย่างเต็มที่

2. Total Body Workout

นอกเหนือจากความสนุกแล้ว การปั่นจักรยานรูปแบบดังกล่าวยังถือเป็นการออกกำลังกายแบบ ‘Total Body Workout’ หรือการออกกำลังกายแบบพร้อมกันทุกส่วน ที่จะช่วยทั้งเพิ่มกล้ามหน้าท้อง ช่วงบั้นท้าย กล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงซึ่งแตกต่างกับการปั่นบนจักรยานทั่วไป เพราะครูผู้สอนจะบอกวิธีการขยับร่างกายบนจักรยานตลอดเวลา มากไปกว่านั้นระหว่างพักเบรกจะมีช่วงเวทเทรนนิ่งอีกด้วยซึ่งจะยิ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้อย่างต่อเนื่อง ฟังดูเหนื่อยขนาดนี้แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากจบคลาสแล้วสาวๆ จะรู้สึกถึงความคลายเครียดและสบายตัวสุดๆ ไปเลยล่ะ

3. Afterburn Effect

จากการได้ยกหูคุยกับ Instructor โดยตรง เราได้ข้อสรุปเพิ่มมาอีกว่าการปั่นจักรยานในบรรยากาศสุดเร้าใจนี้จะทำให้หัวใจของเราแข็งแรงขึ้น ซึ่งระหว่างการออกกำลังกายนี้ อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ส่วนใหญ่จะเต้นคงที่อยู่ที่ 140 และสามารถขึ้นสูงสุดถึง 185 ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราเกิด ‘Afterburn Effect’ หรือการที่ร่างกายยังคงเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่องแม้ว่าการออกกำลังกายจะเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยสามารถเผาผลาญเพิ่มได้สูงถึง 190 แคลอรี่เลยทีเดียว

เห็นได้ชัดว่าการปั่นจักรยานเพียง 45 นาที – 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้เทียบเท่ากับการเดินบนลู่วิ่งถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว และยังได้ประโยชน์เหมือนการออกกำลังรูปแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) อีกด้วย ประโยชน์แน่นแบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว

Photo Cover Courtesy: absolutecyclethailand, psyclelondon

Source: 1, 2

เรื่อง: พรรณรัษมิ์ สินเทพดล

เรียบเรียง: วริศรา ลิ้มอนันตระกูล

RELATED STORY

fintess-marshall
พวกเขาจะทำให้การเริ่มออกกำลังกายกลายเป็นเรื่องกล้วยๆ

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.