fbpx

I

Watches

โลดแล่นในโลกแห่งดนตรีผ่านนาฬิการุ่นพิเศษ Royal Oak Offshore Music Edition จาก Audemars Piguet

เมื่อโลกของกาลเวลาโคจรมาพบเจอกับโลกของเสียงดนตรี ออกมาเป็นไอเท็มสุดพิเศษที่นักสะสมต้องห้ามพลาด!

โลดแล่นในโลกแห่งดนตรีผ่านนาฬิการุ่นพิเศษ Royal Oak Offshore Music Edition จาก Audemars Piguet

เมื่อโลกของกาลเวลาโคจรมาพบเจอกับโลกของเสียงดนตรี ออกมาเป็นไอเท็มสุดพิเศษที่นักสะสมต้องห้ามพลาด!

ว่ากันว่า ‘เสียง’ เป็นหัวใจสำคัญของนาฬิกาหรูสัญชาติสวิสอย่าง Audemars Piguet มายาวนาน นับตั้งแต่บุกเบิกฟังก์ชั่น Minute Repeater (บอกเวลาด้วยเสียงระฆัง) ในปลายทศวรรษที่ 18 ทั้งยังร่วมงานกับนักดนตรีชื่อดังระดับโลกและสนับสนุนการสร้างสรรค์ดนตรีอย่างต่อเนื่อง จากเรื่องราวผูกพันอันยาวนานนี้นำมาสู่การเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Royal Oak Offshore Music Edition พร้อมจุดเด่นไม่เหมือนใคร

สำหรับคอลเล็กชั่นพิเศษของ Audemars Piguet ประกอบด้วยนาฬิกาใหม่ 5 รุ่น ด้วยขนาดตัวเรือน 37 มม. และ 43 มม. ที่มีตัวเลือกวัสดุตัวเรือนแตกต่างกัน แบ่งเป็นตัวเรือนไทเทเนียม 2 รุ่น ตัวเรือนทองคำ White Gold 18K ประดับอัญมณี 2 รุ่น และตัวเรือนเซรามิกสีดำอีก 1 รุ่น ทุกเรือนมาพร้อมหน้าปัด ‘Tapisserie’ (ทาพิสเซอรี) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ เสริมความงดงามด้วยแถบอีควอไลเซอร์อันมีสีสัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเฟดเดอร์บนมิกเซอร์ อุปกรณ์ควบคุม และความถี่ของเสียงตามที่พบในสตูดิโอบันทึกเสียงนั่นเอง

ปิดผนึกหน้าปัดด้วยกระจกแซพไฟร์คริสตัลที่มีผิวโค้งตามแกน 6 ถึง 12 นาฬิกา หลักชั่วโมงทองคำ White Gold 18K เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova พร้อมสเกลบนของหน้าปัดสีขาวสะดุดตา และประดับตราสัญลักษณ์ AP ทองคำขาว 18K ตำแหน่ง 12 นาฬิกาอย่างสวยงาม มากับสายยาง 4 เส้น 4 สีที่เราปรับเปลี่ยนเองได้ เพราะมีระบบล็อกสายใหม่ที่ผู้ใช้งานถอดและเปลี่ยนสายได้เอง

นอกจากสิ่งที่เหมือนกันแล้ว Royal Oak Offshore Music Edition เวอร์ชั่นไทเทเนียมยังมีความแตกต่างด้วย โดยขนาด 37 มม. มาพร้อมความหนา 12.1 มม. ส่วนขนาด 43 มม. หนาเพียง 14.4 มม. หน้าปัดของทั้ง 2 ขนาดเป็น ‘Tapisserie’ (ทาพิสเซอรี) สีน้ำเงิน เข็มนาฬิกาทำจากทองคำ White Gold 18K ฝาหลังไทเทเนียมพร้อมแซพไฟร์คริสตัลเผยให้เห็นสุดยอดกลไก ตัวล็อกสายยางของทั้งคู่เป็นแบบหัวเข็มขัดไทเทเนียม แต่สายยางของขนาด 37 มม. ทำลายโมเสกให้คล้องกับหน้าปัด แต่ละขนาดผลิตจำกัดเพียง 500 เรือนเท่านั้น

ส่วนเวอร์ชั่นทองคำ White Gold 18K ประดับอัญมณีมีขนาด 37 มม. และ 43 มม. เช่นกัน แต่เด่นสะดุดตาด้วยประดับอัญมณีเจียระไนแบบ Harmony-cut หลากสีสันบนหน้าปัดหินอะเวนจูรีน (Aventurine) สีน้ำเงินและขอบตัวเรือนอย่างสวยงาม โดยแถบอีควอไลเซอร์ใช้อัญมณีที่มีสีสันถึง 10 สีจากหลากหลายชนิดทั้ง ทับทิม เพอริดอท แซพไฟร์ แซพไฟร์สีเขียว น้ำเงิน และส้ม ทั้ง 2 ขนาดมาพร้อมตัวล็อกสายยางแบบบานพับ แต่สายยางของขนาด 37 มม. ทำลายโมเสกให้คล้องกับหน้าปัดเช่นกัน

สุดท้ายเวอร์ชั่นเซรามิกสีดำขลับตัดกับวัสดุไทเทเนียมของสกูร บ่าปกป้องเม็ดมะยม ข้อยึดสาย ตัวล็อกสาย กลายเป็นเสน่ห์ของความลงตัว หน้าปัดสีดำพร้อมแถบอีควอไลเซอร์อันมีสีสัน ฝาหลังไทเทเนียมพร้อมแซพไฟร์คริสตัล มากับสายยางสีดำพร้อมสายยางอีก 3 สีให้เปลี่ยนใช้งานตามใจชอบ สำหรับขนาดตัวเรือน 43 มม. ความหนา 14.4 มม. ผลิตจำกัดเพียง 250 เรือนเท่านั้น

ความพิเศษอีกอย่างของ Royal Oak Offshore Music Edition ทั้ง 5 รุ่นคือ การติดตั้งกลไกอัตโนมัติชุดใหม่ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการแสดงเวลา ตัวเรือนขนาด 37 มม. ติดตั้งกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 5909 ผลิตในโรงงานของตนเอง ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง ส่วนตัวเรือนขนาด 43 มม. ติดตั้งกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 4309 ผลิตในโรงงานของตนเอง ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ถึง 70 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้คือบรรณาการแห่งโลกของดนตรีจาก Audemars Piguet พรั่งพร้อมไปด้วยความหรูหรา สง่างาม และมีความเฉพาะตัวสู เชื่อเหลือเกินว่า สาวกผู้หลงใหลในนาฬิกา Royal Oak Offshore จะจับจองเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน 

เรื่องโดย : Panya Lee. 

RELATED STORY

rolex
อีกหนึ่งของขวัญสุดพิเศษ ที่จะมาเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับคนที่คุณรัก
covewa
หนึ่งในไอเท็มสำคัญที่ผู้ชายอย่างเราขาดไม่ได้
cover lv
เรือนเวลารุ่นพิเศษที่สาวกต้องมีกับเขาสักเรือน!
gucci watch
'นาฬิกา' คือหนึ่งในเครื่องประดับชิ้นสำคัญ ที่จะมาเป็นตัวช่วยเสริมสร้างลุคให้ดูดียิ่งขึ้น

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.