fbpx

I

Lifestyle

ไฟเขียวแล้ว! กรุงโตเกียวเตรียมใช้ระบบคู่ชีวิต same-sex partnership ในปี 2022

พวกเขาอาจจะเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียที่อนุญาตให้มีสมรสเท่าเทียม

ไฟเขียวแล้ว! กรุงโตเกียวเตรียมใช้ระบบคู่ชีวิต same-sex partnership ในปี 2022

พวกเขาอาจจะเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียที่อนุญาตให้มีสมรสเท่าเทียม

ล่าสุดนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางกรุงโตเกียวเตรียมผลักดันใช้ระบบคู่ชีวิต (same-sex partnership) อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2022 แม้สิทธิบางอย่างอาจไม่ครอบคลุมเท่ากับสมรสเท่าเทียม แต่ถือว่าเป็นก้าวใหญ่ที่สำคัญของกลุ่ม LGBTQ+ เพราะสิ่งนี้เป็นการยอมรับคู่รักเพศเดียวกันอย่างเป็นทางการของประเทศที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมอย่างญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม G7 ที่ยังไม่รับรองการจดทะเบียนสมรสระหว่างเพศเดียวกัน โดยในรัฐธรรมนูญระบุว่า “การสมรสจะต้องได้รับการยินยอมร่วมกันของทั้งสองเพศเท่านั้น”

แต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลในเมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโดได้พิจารณาคำร้องของคู่รัก LGBTQ+ ที่รวมตัวกันฟ้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นจ่ายค่าเสียหายที่ทำร้ายจิตใจเนื่องจากทางการปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันให้กับพวกเขา ศาลจึงได้พิจารณาว่า “การไม่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันนั้นเป็นเรื่องที่ขัดรัฐธรรมนูญ” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นชัยชนะแรกของกลุ่ม LGBTQ+ ที่ทำให้พวกเขาเริ่มมีความหวังในการต่อสู้เรื่องสมรสเท่าเทียมมากขึ้น

ระบบคู่ชีวิตนี้ได้เริ่มใช้เป็นแห่งแรกที่เขตชิบูย่าและเซตากายะในโตเกียวเมื่อปี 2015 ต่อมาจึงได้เริ่มใช้ในบางจังหวัด เช่น ฟุกุโอกะ อิกะ ทาการาซูกะ นาฮา และเขตต่างๆ ในญี่ปุ่นกว่า 125 แห่ง โดยทางการของโตเกียวเองก็หวังว่าระบบคู่ชีวิตนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมญี่ปุ่นให้นำไปสู่การเริ่มใช้ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ในอนาคต ซึ่งหากสมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว ญี่ปุ่นก็จะเป็นประเทศที่สองในเอเชียต่อจากไต้หวันในการอนุญาตให้เพศเดียวกันสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแม้ค่านิยมของคนบางกลุ่มอาจไม่เห็นด้วยกับบางประเด็น แต่กฎหมายจะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงให้สังคมเป็นที่ที่ดีขึ้นสำหรับอีกหลายคนได้

ทั้งนี้ ระบบคู่ชีวิตนั้นเปิดโอกาสให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถทำหลายๆ อย่างได้เหมือนกับคู่รักชายหญิง เช่น สามารถเยี่ยมคู่รักหรือตัดสินใจแทนกันได้หากอีกฝ่ายเข้าโรงพยาบาล รวมไปถึงการมีอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน อย่างไรก็ตามกลุ่ม Marriage For All ในญี่ปุ่นยังคงยืนยันว่าระบบคู่ชีวิตยังไม่เท่าเทียมกับการสมรสของคู่รักชายหญิง โดยเฉพาะการเก็บภาษีที่ไม่เท่าเทียมกันของบุคคล

ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการผลักดันเรื่องสมรสเท่าเทียมมาตลอด ในช่วงที่ผ่านมาก็เกิดประเด็นร้อนแรงบนโลกทวิตเตอร์เกี่ยวกับแฮชแท็ก #สมรสเท่าเทียม โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญยังคงไม่อนุญาตให้เพศเดียวกันสมรสกันได้ทั้งๆ ที่มีการเรียกร้องมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่การเริ่มร่างพ.ร.บคู่ชีวิตเมื่อหลายปีก่อน จึงทำให้ประเด็นนี้ทะยานขึ้นสู่เทรนด์อันดับหนึ่งของทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันก็มีประเทศที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายกว่า 31 ประเทศทั่วโลก มาดูกันว่าจะมีประเทศใดกันบ้าง

1. เนเธอร์แลนด์
2. เบลเยียม
3. สเปน
4. แคนาดา
5. แอฟริกาใต้
6. นอร์เวย์
7. สวีเดน
8. โปรตุเกส
9. ไอซ์แลนด์
10. อาร์เจนตินา
11. เม็กซิโก
12. เดนมาร์ก และหมู่เกาะแฟโรที่เป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก  
13. บราซิล
14. ฝรั่งเศส
15. อุรุกวัย
16. นิวซีแลนด์
17. ลักเซมเบิร์ก
18. สหรัฐอเมริกา
19. ไอร์แลนด์
20. โคลอมเบีย
21. ฟินแลนด์
22. มอลตา
23. เยอรมนี
24. ออสเตรเลีย
25. ออสเตรีย
26. ไต้หวัน
27. เอกวาดอร์
28. สหราชอาณาจักร และเบอร์มิวด้า ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร
29. คอสตาริกา
30. สวิตเซอร์แลนด์ (กฎหมายมีผลบังคับใช้เดือนกรกฎาคมปี 2022)
31. ชิลี

แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันอย่างเป็นทางการ นิตยสารแอล ประเทศไทยก็ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนให้คู่รักทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้เฉกเช่นเดียวกันกับคู่รักชายหญิง และเราเองก็หวังว่าประเทศไทยจะอนุมัติร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมได้ในเร็ววัน

Story: ภัทรณกัญ อนันเต่า

RELATED STORY

napasai-belmon-culinary-encounters
เสิร์ฟความอร่อยจาก Farm-to-Table ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร
Nicki Minaj เตรียมรับรางวัลเกียรติยศ Video Vanguard Award บนเวที MTV Video Music Awards 2022
เราจะได้ชมโชว์เพลงใหม่ 'Super Freaky Girl' บนเวที VMAs หรือเปล่านะ?
Break My Soul จาก Beyoncé ขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard Hot 100 พร้อมอีก 15 เพลงจาก Renaissance
ศิลปินหญิงคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ครองอันดับหนึ่งถึง 7 อัลบั้มติดต่อกัน

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.