fbpx

I

Music & Film

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘The Empress’ จักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์กที่กลายเป็นซีรี่ส์ของ Netflix

ทั้งหนังและซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับซิสซี ล้วนถ่ายทอดความคิดโบราณที่ยังคงสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ‘The Empress’ จักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์กที่กลายเป็นซีรี่ส์ของ Netflix

ทั้งหนังและซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับซิสซี ล้วนถ่ายทอดความคิดโบราณที่ยังคงสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

Netflix วางแผนสร้าง ‘The Empress’ เป็นออริจินัลซีรี่ส์มาตั้งแต่สองปีที่แล้ว และเริ่มถ่ายทำกันเมื่อต้นปี 2021 ในที่สุดฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ก็ได้ฤกษ์สตรีมเสียที!

โดยตัวละครสำคัญของเรื่องคือ ‘Sissi’ หรือเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งบาวาเรีย (Princess Elisabeth of Bavaria) ที่รับบทโดย Devrim Lingnau นักแสดงสาววัย 24 ที่มีผลงานหนังและซีรีส์หลายเรื่องในเยอรมนี ส่วนฟรานซ์ โยเซฟ (Franz Joseph) จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก รับบทโดย Philip Froissant นักร้องและแสดงชาวเยอรมันวัย 27 ปี สำหรับคอสตูมและฉากอันวิจิตรของซีรีส์อิงประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ท้าทายของผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายอย่าง Gabriela Reumer

‘The Empress’ เป็นเรื่องราวของเอลิซาเบธ ที่ครอบครัวของเธอเรียกอย่างรักใคร่ว่า ‘ซิสซี’ ในวัย 16 เธอได้แต่งงานกับจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟ ผู้ซึ่งเป็นญาติของเธอเอง จากนั้นเธอก็ได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดินีแห่งออสเตรีย อย่างไรก็ตามบทบาทจักรพรรดินียังคงเป็นเรื่องแปลกปลอมสำหรับเธอไปตลอดชีวิต นั่นเพราะเธอไม่เคยรู้สึกเป็นสุขระหว่างใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเวียนนา ต้องทนทุกข์กับชีวิตในราชสำนักที่เข้มงวดและการปฏิบัติตัวในฐานะจักรพรรดินี หน้าที่หลักของเธอคือ การให้กำเนิดทายาทราชวงศ์ นั่นเป็นเหตุให้เธอต้องล้มป่วยบ่อยครั้ง ต้องเดินทางไปบำบัดรักษาตัว และนั่นก็เพราะเธอต้องการหนีออกจากราชสำนักในเวียนนา

เมื่อเอลิซาเบธหวนกลับไปยังราชสำนักอีกครั้งหลังจากหายหน้าไปเกือบสองปี เธอได้เปลี่ยนตนเองจากหญิงสาวขี้อายและขี้โรค กลายมาเป็นจักรพรรดินีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเองและก็เอาแต่ใจตัวเองด้วย นับจากจุดนี้เองที่เธอเริ่มมีพฤติกรรมเฉกเช่นคนนอกรีต และค่อยๆ ใช้ชีวิตเหินห่างจากผู้คนในราชสำนัก

ทั้งหนังและซีรี่ส์ที่เกี่ยวกับซิสซี หรือจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งราชสำนักเวียนนา ล้วนถ่ายทอดความคิดโบราณคล้ายกันที่ยังคงสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ในความเป็นจริงยังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย นั่นคือ…

เธอมีรอยสักรูปสมอเรือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความต้องการอิสระที่ไม่รู้จักพอและความรักในการเดินทาง เธอสักรูปสมอเรือเมื่อปี 1888 ในผับท่าเรือที่กรีซ นั่นเป็นพฤติกรรมที่ ‘ไม่เป็นจักรพรรดินี’ เอาเสียเลยโดยเฉพาะในช่วงเวลานั้น

เธอเสพติดความงามอย่างบ้าคลั่ง เธอได้ชื่อว่าเป็นสาวงามที่สุดคนหนึ่งของยุโรป และมันกลายเป็นลัทธิความงามตามแบบฉบับเอลิซาเบธซึ่งเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลัง เส้นผมยาวเรี่ยพื้นคือความภาคภูมิใจและความสุขของเธอที่เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการบำรุงดูแล นอกจากนั้นเธอยังมีปัญหากับการชราภาพ ตอนอายุครบ 30 ปีเธอไม่ยอมให้ใครถ่ายภาพหรือวาดภาพเหมือนอีกเลย และนับแต่นั้นมาเธอมักจะมีผ้าคลุมและพัดติดมือเวลาออกไปปรากฏตัวในที่สาธารณะ ภาพของจักรพรรดินีเอลิซาเบธในวัยชราจึงไม่เคยมีปรากฏ

เธอยอมอดและออกกำลังเพื่อหุ่นสวย แม้เธอจะมีความสูง 172 เซนติเมตรแต่น้ำหนักตัวของเธอไม่เคยเกิน 50 กิโลกรัม และมีรอบเอวเพียง 51 เซนติเมตร เธอยอมอดและลดอาหารอย่างเข้มงวด เวลาสวมเครื่องแต่งกายก็พยายามรัดแน่นแนบร่าง ในแต่ละวันเธอยังใช้เวลาหลายชั่วโมงในการออกกำลังกายด้วย ไม่ว่าจะเดินป่า หรือขี่ม้า ค่าใช้จ่ายเรื่องกีฬาของเธอค่อนข้างเป็นภาระสำหรับราชสำนัก

เธอเหินห่างกับลูกๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นกฎของราชสำนักที่จะให้มีการเลี้ยงดูรัชทายาทอย่างถูกต้อง จึงมีผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นพิเศษเพื่อการนี้ เธอจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะพัฒนาสายสัมพันธ์กับลูกๆ ของตนเอง อีกอย่างตอนที่โซฟี (Sophie) ลูกสาวคนโตเสียชีวิตขณะอายุ 2 ขวบระหว่างการเดินทาง ทำให้เธอตัดสินใจเลิกทำหน้าที่แม่อย่างเจ็บปวด ส่วนลูกชายอีกสองคนก็เข้ากันกับเธอได้ยากเพราะถูกส่งไปศึกษาวิชาทหารตั้งแต่วัยเด็ก เหลือแต่ลูกสาวคนที่สี่-มารี วาเลอรี ที่เติบโตในรอบรั้วของเธอเอง

เธอจัดการหานางสนมให้สามีจักรพรรดิ ในขณะที่จักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟเทิดทูนภรรยาสุดหัวใจ จักรพรรดินีเอลิซาเบธกลับรู้สึกว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาเป็นเสมือนเพื่อนคนสนิท แต่ทั้งสองยังให้ความเคารพและไว้เนื้อเชื่อใจกัน นางสนมที่ชื่อ คาทารีนา ชรัตต์ (Katharina Schratt) เป็นคนที่เอลิซาเบธจัดหามาให้สามีเพื่อแก้เหงา รวมทั้งเธอจะได้มีเวลาอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอเอง

เธอเขียนบทกวี ตลอดชีวิตของเอลิซาเบธ เธออุทิศตนเพื่องานกวีนิพนธ์ด้วยความทุ่มเทอย่างยิ่ง นักประพันธ์คนโปรดของเธอคือ Heinrich Heine (กวีชาวเยอรมัน, 1797-1856) อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงความหลงใหลลับๆ เพราะบทกวีของเธอซึ่งเขียนถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อราชสำนักและเสี่ยงต่อสถานการณ์ในขณะนั้น จึงมีหมายเหตุในพินัยกรรมของเธอ อนุญาตให้เผยแพร่ได้ต่อเมื่อเธอเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 50 ปี

เธอเป็นนักปฏิวัติและต่อต้านระบอบราชาธิปไตย เอลิซาเบธมีความคิดว่าสถาบันกษัตริย์มีประโยชน์เฉพาะช่วงเวลา แม้กระทั่งรูดอล์ฟ (Rudolph) ลูกชายของเธอที่ถูกกำหนดให้สืบราชบัลลังก์เป็นคนถัดไปก็มีแนวคิดคล้ายกันกับเธอ พวกเขาเชื่อว่าพลังแห่งอนาคตคือพลเมืองในสังคม และปฏิเสธการสืบต่อของราชสำนักที่แฝงตัวในคริสตจักรและชนชั้นสูง จักรพรรดินีเอลิซาเบธมักทำให้คนรอบข้างตกใจกับคำพูดเช่นว่า “ฉันได้ยินมาว่ารูปแบบการปกครองที่เหมาะที่สุดคือระบอบสาธารณรัฐ”

เธอถูกสังหารที่เจนีวา วันที่ 10 กันยายน 1898 เธอถูกสังหารโดยลุยจิ ลูเชนี (Luigi Lucheni) ผู้นิยมอนาธิปไตย เขาพุ่งเข้าหาเธอที่ริมทะเลสาบเจนีวา และใช้ปลายศรที่แหลมคมแทงเธอเข้าที่หัวใจ ช่วงนาทีแรกเธอยังไม่ทันสังเกตและกำลังก้าวเดินขึ้นเรืออย่างที่คิดไว้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ล้มลงและสิ้นใจ  

เรื่องราวเกี่ยวกับจักรพรรดินีเอลิซาเบธดึงดูดผู้คนมากมายอาจเป็นเพราะความลึกลับที่รายล้อมตัวเธอ ที่เล่าขานกันอย่างต่อเนื่องในพื้นที่สาธารณะ จนกลายเป็นจินตนาการและตำนานที่สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

Story: Boonchoak Panichsilp

RELATED STORY

Bella-Poarch-Interview
"ฉันมักจะทำตัวบ้าบอใน TikTok แต่พอเปลี่ยนมาทำเพลงแล้วฉันก็มีโอกาสได้แสดงตัวตนในอารมณ์อื่น ๆ มากขึ้น"
john-legend-legend
แอลพูดคุยกับเจ้าพ่อเพลงฮิตตำนานถึงผลงานใหม่ที่จะกลายเป็นตำนานอีกเช่นกัน
cameron-diaz-back-in-action
นักแสดงตัวแม่ในตำนานกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งหลังห่างหายไป 8 ปี

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.