fbpx

I

Watches

5 เทรนด์สมาร์ทวอทช์สุดล้ำ ที่น่าจับตามองในปี 2023

หลากหลายฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จึงทำให้สิ่งนี้เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายของคนยุคใหม่

5 เทรนด์สมาร์ทวอทช์สุดล้ำ ที่น่าจับตามองในปี 2023

หลากหลายฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จึงทำให้สิ่งนี้เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายของคนยุคใหม่

นับวัน ‘สมาร์ทวอทช์’ จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ผลิตเทคโนโลยีสุดล้ำจึงพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อครองใจผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด เพราะจะนำมาสู่ยอดขายและผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ มาดูสิว่า ปีนี้สมาร์ทวอทช์จะมีฟีเจอร์และเทรนด์อะไรน่าสนใจกันบ้าง ไม่แน่ว่า นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรารอคอยกันอยู่ก็ได้

TREND #1 : หน้าจอใหญ่ในตัวเรือนเท่าเดิม

การเปิดตัวของ Apple Watch Series 7 ปลายปี 2021 พร้อมชูจุดเด่นขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นและใหญ่กว่า Apple Watch Series 3 ถึง 50% ภายใต้ขนาดตัวเรือนเท่าเดิมกำลังจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปีนี้อย่างแน่นอน เพราะผู้ใช้งานปราถนาหน้าจอใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นหรือแม้แต่อ่านข้อความบนหน้าจอสมาร์ทวอทช์ง่ายขึ้น  แต่ไม่ต้องการให้สมาร์ทวอทช์มีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไป

งานนี้ Apple เลยให้ทีมออกแบบรังสรรค์และผลิตหน้าจอของ Apple Watch Series 7 ให้ชิดติดขอบตัวเรือนเช่นเดียวกับ iPhone ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จึงเชื่อว่า คู่แข่งรายอื่นๆ จะพัฒนาสมาร์ทวอทช์ของตัวเองในแนวทางนี้เพื่อรักษาการแข่งขันแน่นอน 

TREND #2 : ใช้งานหลากหลายไม่รู้จบ

ทุกวันนี้ชิปเซตในสมาร์ทวอทช์ทรงพลังและทำงานได้หลากหลายกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือ ฟีเจอร์ Apple CarKey ของ Apple ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการใช้กุญแจดิจิตอลปลดล็อกหรือสตาร์ทรถยนต์ด้วย Apple Watch และ iOS แม้เบื้องต้นฟีเจอร์นี้ใช้กับรถยนต์ค่าย BMW เป็นหลัก แต่ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นๆ ก็จะรองรับฟีเจอร์นี้ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงขยายการใช้งานไปสู่การใช้แทนกุญแจบ้าน คีย์การ์ดโรงแรม และอื่นๆ ล่าสุดคู่แข่งอย่าง Google ก็ออกมาประกาศเช่นกันว่า จะเพิ่มฟีเจอร์ Digital car key ลงใน Google Watch OS เช่นกัน รอดูกันว่า ฟีเจอร์นี้จะอยู่ใน Google Pixel Watch ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้หรือ Samsung Galaxy Watch รุ่นถัดไป

TREND #3 : เพิ่มฟีเจอร์สุขภาพล้ำๆ อีกเพียบ

ฟีเจอร์สุขภาพในสมาร์ทวอทช์คือ สนามรบของผู้ผลิตทุกค่ายอย่างแท้จริง เพราะในช่วงไม่กี่ปีมานี้เราจะเห็นสมาร์ทวอทช์ของหลายค่ายใส่ฟีเจอร์สุขภาพเข้าไปเพียบ ไม่ว่าจะติดตามการเต้นของจังหวะหัวใจระดับพื้นฐาน, การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EGC, การวัดความดันเลือด, วัดค่าออกซิเจนในเลือด, ติดตามการนอนหลับ เป็นต้น พูดได้ว่า เป็นแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านมากเหลือเกิน

ส่วนปีนี้อาจจะได้เห็นสมาร์ทวอทช์มาพร้อมความสามารถ ‘ตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่รุกราน’ (แบบไม่เจาะเลือด) พร้อมให้ข้อมูลด้านสุขภาพและแนะนำอาหารที่เหมาะสม ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยเบาหวานและคนที่ต้องการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงทั่วโลกอย่างแท้จริง 

TREND # 4 : สมาร์ทวอทช์แอนดรอยด์มีตัวเลือกใหม่ออกมา

สาวกแอนดรอยด์อิจฉา Apple Watch ตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกออกมา เพราะ Apple สามารถเชื่อมโยงให้อุปกรณ์กับซอฟท์แวร์ให้ทำงานสอดประสาน ใช้งานง่ายและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ดีเยี่ยม แต่ Google มีแค่ระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทวอทช์ที่เรียกว่า Wear OS และเปิดตัวเวอร์ชั่นแรกในปี 2014 แต่ไม่สามารถทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างที่ต้องการมากนัก อย่างไรก็ตามปีนี้ดูเหมือนฝันของสาวกจะเป็นจริง เพราะมีข่าวลือว่า จะมีการเปิดตัว Google Pixel Watch รุ่นใหม่ล่าสุดและปล่อยภาพออกมาเรื่อยๆ หวังลึกๆ ว่า ข่าวลือนี้จะเป็นข่าวจริงในไม่ช้า

TREND # 5 : อายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น

หนึ่งในเสียงวิจารณ์ของสมาร์ทวอทช์ที่พบบ่อยที่สุดคือ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่นานนัก นับตั้งแต่สมาร์ทวอทช์เปิดตัวออกมาจนถึงวันนี้นวัตกรรมแบตเตอรี่ยังพัฒนาไปไม่ถึงไหนเลย อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ประเมินว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ผู้ผลิตทุกค่ายจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ด้วยการพัฒนาชิปเซตกินไฟต่ำ ระบบประหยัดแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือแม้แต่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นก็เป็นได้

Story : Panya Lee

RELATED STORY

ส่อง 8 เรือนเวลาสีเขียวรุ่นใหม่สุดหรู! รับเทรนด์มาแรงในปี 2022
หนึ่งในเครื่องประดับสุดหรูสำหรับผู้ชาย ที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน!
Jaeger-LeCoultre นาฬิกาเรือนพิเศษที่โลดแล่นในหนัง Doctor Strange ภาคล่าสุด
อีกหนึ่งเรือนเวลาคู่กายสุดหรูของจอมเวทย์ที่หนุ่มๆ เล็งเห็นตั้งแต่ในภาพยนตร์

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.