fbpx

I

In the mag

10 ปีที่ห่างหาย เพื่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ของ ‘โทโมะ-เขื่อน-ป๊อปปี้’ ในนาม TKP

กฎข้อเดียวในการกลับมาทำงานเพลงด้วยกันครั้งนี้กคือ ความสบายใจของทุกคนต้องมาเป็นอันดับ 1

10 ปีที่ห่างหาย เพื่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ ของ ‘โทโมะ-เขื่อน-ป๊อปปี้’ ในนาม TKP

กฎข้อเดียวในการกลับมาทำงานเพลงด้วยกันครั้งนี้กคือ ความสบายใจของทุกคนต้องมาเป็นอันดับ 1

10 ปีผ่านไปอะไรเอ่ยไม่เคยเปลี่ยนแปลงคำตอบอยู่ในการกลับมาของ ‘เฟรนด์แบนด์’ โปรเจ็กต์สร้างสรรค์ที่มีผลลัพธ์เป็นดนตรีซึ่งใหม่เพียงชื่อหากหน้าตาสมาชิกทั้ง 3 นั้นสุดแสนจะคุ้นเคยโทโมะ – เขื่อน – ป๊อปปี้ในนาม ‘TKP’ 

ในปี 2007 T โทโมะ-วิศว ไทยานนท์, K เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ และ P ป๊อปปี้-ภาณุ จิระคุณ ‘เดบิวต์’ เป็นศิลปินวงบอยแบนด์ในวัย 17, 15 และ 16 ปีตามลำดับ แต่ความหลังของพวกเขาทั้ง 3 ย้อนกลับไปไกลกว่านั้น “เขื่อนกับป๊อปปี้ไปอิตาลีด้วยกันตั้งแต่อายุ 10 ขวบ” เขื่อนบอก “ผมกับโทโมะเต้นบีบอยด้วยกัน เรียนห้องเดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน” ป๊อปปี้กล่าว สัมพันธภาพระหว่างคนทั้ง 3 จึง “เริ่มจากเป็นเพื่อนกันมาก่อนจะเป็นเพื่อนร่วมงาน และในตอนนั้นเราก็ยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าเพื่อนกับเพื่อนร่วมงานต่างกันอย่างไร” โทโมะว่า 

คล้อยหลังจากที่ยุบวงไปเมื่อ 10 ปีก่อน พวกเขาได้ละวางแนวคิดบอยแบนด์ แล้วโอบรับความเป็น ‘เฟรนด์แบนด์’ แล้วลืมตาดูโลกครั้งใหม่ด้วย ‘TKP’ “วงที่เพื่อนเก่ากลับมาทำในสิ่งที่รักด้วยกันอีกครั้ง” เขื่อนสรุป 

10 ปีที่ห่างหาย

“วันนั้นว่ายน้ำอยู่กับพี่โทโมะหลังจากไม่ได้เจอกันมา 7-8 ปี ในวัย 30 ละ เรารู้สึกดีจังเลย รู้สึกว่าอยู่กับปัจจุบัน จู่ๆ เขื่อนก็ถามขึ้นมาว่า ‘เรามาทำเพลงกันไหม’ เราเคยร่วมผจญภัยกันมาแล้ว วันนี้ที่เรามีประสบการณ์ที่สะสมมาในชีวิต เรามาทำอะไรที่เราเอนจอยด้วยกันดีไหม ซึ่งพี่โทโมะเป็นคนที่ชวนทำอะไรแล้วตอบรับยากมาก เขาจะนิ่งๆ ตอบว่าไม่ๆ แต่ครั้งนี้พอเราถามเขาบอกมาคำเดียวเลยว่า ‘ทำ’ ส่วนพี่ป๊อป เรารู้จักกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วก่อนจะเป็นเค-โอติกเสียอีก เราไปอิตาลีด้วยกันตั้งแต่อายุ 10-11 แล้ว พอเขื่อนกลับมาจากอังกฤษก็จะนัดเจอ นัดกินข้าวกัน เราก็ถามเขาว่าทำเพลงด้วยกันไหม เขาบอก ‘ทำ’ และพี่ทีเจ (UrboyTJ) ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราสนิทกัน วันหนึ่งเขื่อนก็ถามว่ามาโปรดิวซ์เพลงให้ได้ไหม เขาบอก ‘ทำ’ เขื่อนได้ยินทุกคนตอบรับทันทีก็รู้สึกว่า…ใจฟูมาก” นั่นคือคำให้การของเขื่อนถึงวันก่อตั้ง TKP วงใหม่-สมาชิกเก่า-ที่เด็กยุคกามิกาเซ่คุ้นหน้ากันดี 

สมัยทำงานเพลงตอนวัยรุ่น เราอยู่ในค่ายใหญ่ เราก็ทำงานไปตามสิ่งที่ค่ายวางไว้ เราใส่ไอเดียได้แต่อาจจะไม่ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ เราเข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น เพราะเราอาจจะไม่รู้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่รู้ก็ได้ พอโตขึ้นเรามีประสบการณ์ใหม่ๆ มีอิสระมากขึ้น ใส่ไอเดียของเราเองได้เต็มที่ มันดีกันคนละแบบ” หลังจากห่างหายจากบทบาทศิลปินไป 10 ปี โทโมะดูมีเรื่องราวที่อยากจะบอกเล่ามากขึ้น ไม่แปลกที่เขาจะพูดเก่งขึ้นเป็นกอง “การที่เรากลับมาไม่ใช่ในบริบทว่าเราเป็นนักร้อง” ป๊อปปี้ช่วยเสริมในฐานะลีดเดอร์ตลอดกาลของวง “เราเรียกว่าเป็นโปรเจ็กต์สร้างสรรค์ที่เราใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดมากกว่า เราไม่ใช่วงบอยแบนด์เพราะตอนนี้เราไม่ได้อยากจะเท่แล้ว แต่ก่อนเราต้องเท่ไง พอโตมาเรารู้ว่าเราไม่ใช่คนเท่น่ะ เราเป็นคนสบายๆ ให้ทำตัวเท่ก็จะขัดๆนิดหน่อย เดี๋ยวถ้าถึงคิวผมถ่ายรูปก็จะได้เห็น (หัวเราะ)”  

กฎข้อเดียวที่เขื่อนขอในการกลับมาทำงานเพลงด้วยกันครั้งนี้ก็คือ ความสบายใจของทุกคนต้องมาเป็นอันดับ 1 เรื่องไหนที่รู้สึกว่าไม่โอเคเราจะหยุดและกลับมาพูดคุยกัน เรื่องไหนที่โอเคไปแล้วแต่รู้สึกว่าไม่สบายใจ เราคุยกันใหม่ได้” เขื่อนอธิบายชัดเจนสมกับที่ไม่ช้านานก็จะได้เป็นนักจิตบำบัดเต็มตัว โทโมะพยักหน้าหงึกอย่างเห็นพ้อง “มีช่วงที่เราห่างหายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง แต่พอเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง เราคลิกกันเร็วมาก รู้สึกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย”  

สิ่งหนึ่งที่เขื่อนบอกว่าเพิ่งมาแชร์กับพี่ๆ ที่รักคือช่วงเวลาที่เป็นศิลปินวัยรุ่นสุดฮอต เขื่อนเจอประสบการณ์ไม่เหมือนกับสมาชิกอื่นในวง “เรามีด้านที่เจอการไซเบอร์บูลลี่แบบหนักมาก เขื่อนโดนทัวร์ลงก่อนจะมีคำว่าทัวร์ลง โดนบูลลี่ก่อนที่คนจะเข้าใจกันว่าทำแบบนี้คือบูลลี่” เขื่อนบอกเสียงไม่ขื่น เพราะเข้าใจบริบทสังคมในกาลก่อน “แต่บาดแผลเหล่านี้ก็ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ แต่ก่อนเราร้องเพลง เราดีใจ เราภูมิใจ แต่รู้สึกว่าเราต้องเป็นคนอื่นให้คนอื่น วันนี้เขื่อนจะกลับมาเป็นตัวเอง เอาบริบทการเป็นตัวเองมาทำความเข้าใจกับตัวเองและครีเอตความสัมพันธ์ของเรากับการร้องเพลงในแบบใหม่”  

เพื่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลง

“เราเห็นเพื่อน 2 คนนี้มาตั้งแต่เด็ก จนเป็นวัยรุ่น จนถึงวันนี้เพื่อนแต่งงานแล้ว” โทโมะพูดถึงมิตรภาพที่งอกงามมาเกินครึ่งค่อนชีวิต “ผมรู้สึกว่านิสัยเขื่อนไม่ได้เปลี่ยน แต่การถ่ายทอดความรู้สึกตัวเองของเขื่อนชัดเจนมากขึ้น กล้าเป็นตัวเองในแบบที่ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะมองอย่างไรตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ส่วนป๊อปปี้ (หยุดคิด) ไม่ค่อยจะเปลี่ยนเลย เขาเป็นคนมีความรับผิดชอบสูงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ช่องว่างตั้งแต่เค-โอติกจนถึงตอนนี้เรามีช่วงที่ห่างกันไปก็จริง แต่ไม่ได้ห่างแบบขาดกันไป เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกัน สิ่งที่ต่างไปในตัวป๊อปก็อาจจะมีเรื่องที่เขาแต่งงานแล้ว เราเห็นการเติบโตในอีกแบบของเพื่อน แต่ป๊อปปี้ก็ยังเป็นคนนิสัยดีเหมือนเดิม

“ตัวผมหรือ? ผมเป็นคนแคร์ความคิดคนอื่นมากเสียจนบางทีเราไม่กล้าแสดงความคิดเห็น แต่โชคดีที่ผมมีเขื่อนและป๊อป เราไปด้วยกันกับเพื่อน เขื่อนจะคอยเชียร์ทุกคนเสมอว่าทำแบบนี้เท่นะ ทำท่านี้โอเคเลย เราก็จะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แล้วการที่เขื่อนเป็นตัวเองมากๆ ผมก็อยากได้พลังตรงนี้มาให้ตัวเองบ้าง เขาทำให้เราเห็นว่าเรากล้าแสดงออกแบบนั้นก็ได้ หรือจริงๆ แล้วตัวตนผมก็อาจจะนิ่งๆ แบบนี้อยู่แล้วก็ได้ ผมพยายามเรียนรู้อยู่ทุกวัน” โทโมะร่ายยาวถึงมิตรภาพอันยาวนาน

คนอื่นอาจจะเห็นว่าเขื่อนเปลี่ยนไปเยอะ แต่สำหรับผมเขื่อนก็คือเขื่อน” ป๊อปปี้พูดถึงเพื่อนรักบ้าง “ส่วนโทโมะเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน เราอยู่ด้วยกันหนักมากตอนทำวงแรก สมัยก่อนไม่มีกล้อง พวกเราคงทำอะไรประหลาดๆ ลงไปเยอะแหละ แต่ไม่มีหลักฐาน (หัวเราะ) ไม่เหมือนตอนนี้ที่ผมเห็นเขื่อนถ่าย TikTok ถ่ายคลิปตลอดเวลา แต่เขาเป็นคนที่พยายามจะสื่อสารกับโลกในปัจจุบัน ขณะที่ผมโพสต์ไอจีปีละครั้ง ส่วนโทโมะถ้าคนไม่รู้จักก็จะคิดว่าเป็นคนพูดน้อย แต่ถ้าสนิทกันเขาจะพูดเก่งมาก ผมเห็นเขามาตั้งแต่เราเต้นบีบอยด้วยกัน เลิกเรียนก็ยังอยู่ด้วยกัน”  

“ใช้คำว่าภูมิใจกับพี่ป๊อป” เขื่อนพูดถึงคนที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนสนิท “เวลาสัมภาษณ์ที่ไหนแล้วเจอคำถามว่าเขื่อนนับถือใครหรือชอบใคร เขื่อนไม่เคยตอบได้เลย เพราะเราต้องสู้มาตลอดทั้งเรื่องที่เป็น LGBTQ+ เรื่องที่เราเป็นน้องเล็กของวง เรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาสู้อยู่เลยไม่ได้มองหน้าขึ้นมามองใคร แต่พอเวลาผ่านไป เขื่อนยังเคยบอกพี่ป๊อปเลยว่าเขื่อนนับถือพี่ป๊อปนะ คนเราจะอยู่ในสังคมก็ควรต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบแบบพี่ป๊อปนี่แหละ เขาเป็นพี่ที่ดี เป็นต้นแบบที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรับผิดชอบ หรือความรัก แต่ก่อนที่เราไปอิตาลีด้วยกันก็อารมณ์เด็กผู้ชายวัย 10 ขวบที่ขิงใส่กัน จนมาเป็นเค-โอติกก็ทำงานด้วยกัน จนวันนี้เรามานั่งคุยกันง่ายๆ เราไม่ไหวเรื่องนี้ มาช่วยหน่อยสิ มีอะไรแชร์กัน ความสัมพันธ์ของเรากลายเป็นหนังสือที่เปิดมาแล้วแต่ละบทมีพัฒนาการที่เข้มข้นมาก” 

พี่โทโมะคือ ‘บัดดี้’ เขานิ่ง เขาไม่พูด แต่ถ้าสนิทเหมือนที่เขื่อนได้สนิทกับเขาจะรู้ว่าเขาอ่อนไหวและใส่ใจคนอื่นมาก บางทีเขาพูดกับเรายาวๆ 4-5 ชั่วโมงเลยนะ แต่ทั้ง 2 คนมีสิ่งที่เหมือนกันคือค่อนข้างตามใจและดูแลเขื่อนดีมากๆ เวลาเราอยู่กับพี่ป๊อปและพี่โทโมะ เราเป็นตัวของตัวเองได้สุดจริงๆ แล้วเขื่อนเป็นเหมือนกาวของกลุ่มด้วย ก่อนที่เขื่อนจะกลับมา พี่ป๊อปและพี่โทโมะก็จะห่างๆ กันไป เพราะไม่ค่อยได้เจอ ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ไม่ได้โกรธกันนะ ด้วยนิสัยของทั้งคู่มากกว่าที่เป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ แต่นิสัยเขื่อนเป็นคนชอบเชื่อมโยงมนุษย์เข้าด้วยกัน พอกลับมาเราก็เชื่อมทุกคนเลย เป็นกาวประจำวง และต้องเป็นปืนยิงกาวร้อนนิดหนึ่งด้วย เพราะถ้ากาวแข็งเกินไปก็ไม่เชื่อมต่อติดกันได้” 

สิ่งซึ่งเปลี่ยนไม่ได้

ความหมายของ TKP คือมิตรภาพที่มีความหมายมาก เพลงแรกของเราเลยชื่อ ‘เปลี่ยนไม่ได้’” ในฐานะคุณแดงของวง เขื่อนจึงร่ายคอนเซ็ปต์ผลงานแรกในรอบ 10 ปีที่จับมือกันทำกับกลุ่มเพื่อนสนิท “อาจเป็นความรักที่เรามีให้แฟนๆ ที่เปลี่ยนไม่ได้ ความรักที่เรามีให้พี่ๆ ทั้งพี่ป๊อป พี่โทโมะ พี่ทีเจ ซึ่งในวัยที่ทุกคนอายุเกิน 30 แล้วว่ามันเปลี่ยนไม่ได้และเรายอมรับมัน” 

ความคาดหวังของพวกเราไม่ใช่ว่าเพลงเราต้องเป็นอันดับ 1 ต้องดังไปทั่วประเทศ ต้องกลับมาสร้างชื่ออีกครั้ง เป้าหมายเราไม่ได้อยู่จุดนั้นเลย เราอยากทำงานกับเพื่อนและสร้างความสุขให้แฟนๆ แค่มีแฟนคลับที่ไม่ลืมพวกเราก็อิ่มใจแล้ว ผมไม่รู้ว่าแนวเพลงที่ทุกคนชอบฟังคืออะไร เพราะคนยุคนี้ฟังเพลงหลากหลายแนวมาก ก็หวังว่าคนที่เพิ่งรู้จักเราจะเปิดใจกับผลงานของพวกเราบ้าง” โทโมะส่งจดหมายรักถึงแฟนเก่าและแฟนเก่าของวง 

“เค-โอติกเหมือนแนะนำเพลงแนวใหม่ให้คนไทยรู้จัก ซึ่งคนจะเรียกว่าเพลงกามิกาเซ่ จนตอนนี้มีคำศัพท์เรียกแล้วว่าเพลงแนวนี้คือ T-Pop เพียงแต่สมัยเมื่อ 10 กว่าปีก่อนยังไม่มีคำนิยามว่ามันคือเพลงแนวไทย-ป๊อป ผมว่าทีเจเป็นคนหนึ่งเลยที่ผลักดันให้ซาวนด์นี้กลับมา เพลงแรกของเราที่ทีเจมาช่วยโปรดิวซ์ให้เลยจะมีกลิ่นอายที่คุ้นเคยอยู่ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับแฟนๆ ได้” ป๊อปปี้กล่าว “อีกหน่อยเราอาจปล่อยภาพเบื้องหลังที่เวลาพวกเราแฮงก์เอาต์กันที่บ้านเขื่อน เอากีตาร์มาเล่น ร้องเพลง เปิดเพลงฟังกัน แล้วเราก็จะเล่าว่าเดือนนี้ไปเจออะไรมา ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” ผู้คนอาจเชื่อมโยงกับ TKP ได้ก็อาจจะด้วยความคิดถึงเพื่อนเก่านี่เอง ยิ่งในยุคนี้ที่มีโควิด มนุษย์ก็ยิ่งห่างเหินจนโหยหามิตรภาพมากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ  

“พอคนเราพูดคำว่า ‘friendship’ ภาพที่นึกถึงจะออกแนวเหมือนภาพในหนัง เพื่อนกอดคอกันเฮ้วเฮฮา” เขื่อนใช้สายอาชีพนักจิตบำบัดมาอธิบาย “แต่เพื่อนร้องไห้ใส่กันได้ เพื่อนอิจฉากันได้แต่ต้องกล้าที่จะพูดว่า ‘ฉันอิจฉาเธอ’ ไม่ใช่ไปสำแดงออกในการกระทำที่แข่งขันกัน เพื่อนกล้าที่จะเผยความเปราะบางและทุกๆ มุมในตัวเองออกมา คนมักจะบอกว่ายิ่งโตยิ่งเพื่อนน้อย เขื่อนว่าไม่แปลกเลย ยิ่งเราอายุมากขึ้นเรายิ่งเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าเราอยากได้อะไร เราจะเก็ตกับคนได้ไวว่าคนนี้ใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งไม่มีผิดและไม่มีถูก เราแค่ชัดเจนว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการอะไร ซึ่งไปไกลถึงเรื่องความรักด้วย ทุกวันนี้มองพี่ป๊อปอยู่กับภรรยาเราก็อิ่มละ เขาดูแลกันดีจังเลย แต่ I’m alone, but not lonely. และไม่มีความอิจฉาเลย เขื่อนไม่มีแฟนมา 3-4 ปีนะ แต่เขื่อนจะพูดกับพี่ๆ ว่าถ้าดูแลเขื่อนดีขนาดนี้ แล้วถ้าจะมีแฟนที่ดูแลเขื่อนให้ดีแบบพี่ๆ ไม่ได้ เขื่อนไม่เอาค่ะ”  

Story: สุภักดิภา พูลทรัพย์
Photographer: อรรคพล คำภูแสน
Stylist: พิชญา ไชยสุข
Make-up: ธัชพล สรรพาวัตร
Hair: จตุพงศ์ ชุ่มแจ่ม
Assistant Stylist: ฐิติกร หอมหวน

RELATED STORY

ud-awat
เมื่อแพสชั่นต่อท้องทะเลทำให้เห็นความปวดร้าวของคนทำงานอนุรักษ์ในเมืองไทย 
maisie-williams
นักแสดงสาวผู้ไม่เคยหยุดนิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง
ครอบครัว แมว และแฟนคลับ สิ่งสำคัญที่สร้างความไบร์ทให้ชีวิตของ ไบร์ท วชิรวิชญ์
"เราอยากให้เวลากับตัวเองมากขึ้นในช่วงเวลาที่เรามีแรงและกำลังสนุกกับงาน”
alicia-silverstone
ไม่เพียงแต่มุ่งงานแสดงแต่ยังสู้สุดแรงเพื่อสิทธิต่อเพื่อนร่วมโลก

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.