fbpx

I

Interview

‘อัด-อวัช รัตนปิณฑะ’ อีกหนึ่งเสียงของคนเจนใหม่ ที่สามารถเลือกเดินในเส้นทางที่ตัวเองฝัน

หลากหลายเส้นทางที่หนุ่มคนนี้เลือกเดิน แม้เขาคนนี้จะถูกปิดกั้นด้วยกรอบของสังคมก็ตาม

‘อัด-อวัช รัตนปิณฑะ’ อีกหนึ่งเสียงของคนเจนใหม่ ที่สามารถเลือกเดินในเส้นทางที่ตัวเองฝัน

หลากหลายเส้นทางที่หนุ่มคนนี้เลือกเดิน แม้เขาคนนี้จะถูกปิดกั้นด้วยกรอบของสังคมก็ตาม

“คนเจนใหม่จะเป็นอะไรก็ได้” อัด-อวัช รัตนปิณฑะ กล่าวถึงความ ไหลลื่นอันหลากหลายของคนร่วมวัยและยุคสมัย อย่างตัวเขา ที่เป็นควบในคราวเดียวกันทั้งนักร้อง นักแสดง ช่างภาพ นักเดินทาง นักอนุรักษ์ ผู้กำกับและผู้ชายที่ชอบใส่กางเกง แต่ใส่กระโปรงก็ได้ เพื่อแสดงถึงความไร้พรมแดนของแฟชั่น 

ELLE MEN : มีคนเห็นว่าเมื่อคืนไปปาร์ตี้เปิดร้านใหม่ของเจมส์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) 

UD : ผมไปถ่ายงานครับเป็นสารคดีบางอย่าง (ที่ยังบอกไม่ได้) เป็นงานกำกับเต็มตัวครั้งแรก ที่ไม่ได้ทำในนามบริษัทแต่กำกับในนาม อัด อวัช เราก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่ฝันตั้งแต่เด็ก จริงๆ แล้วเราทำได้ไหมทำได้ดีหรือเปล่า หรือเราอยากจะทำอาชีพนี้ต่อไปไหม? ไม่อยากรีบตัดสินว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันคือกระบวนการเรียนรู้ว่ามันมีความหมายกับเราอย่างไร 

ELLE MEN : ตอนนี้มาทำงานผู้กำกับเต็มตัวเลยไหม?

UD : ผมก็ยังสงสัยตัวเองว่าเราเรียกตัวเองว่าเป็นผู้กำกับได้ไหม อาจจะไม่ใช่สเตตัสแรกที่เราพูดแนะนำตัวเช่น “ผมอัด อวัชครับ เป็นศิลปินเป็นนักแสดงนักร้องและตอนนี้ทำงานเป็นผู้กำกับด้วย” 

ELLE MEN : คนยุคนี้สรรพคุณทางยาเยอะมากอย่างกับ Game of Thrones “ดิฉัน Daenerys Stormborn of House Targaryen, the Mother of Dragons, the Khaleesi of the Great Grass Sea, the Unburnt, the Breaker of Chains บลาบลาบลา”

UD : (หัวเราะจนแดงไปถึงคอ) เส้นทางผู้กำกับผมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ผมเรียนละ ที่อยากเข้านิเทศแต่ได้เข้ารัฐศาสตร์แทนมันเลยเป็นความฝันของผมมาตลอด ตั้งแต่เข้าวงการผมฝึกงานทุกปิดเทอมไปออกกองได้ฝึกเขียนบทพี่ๆ ผู้กำกับก็บอกว่าดีเหมือนกัน ที่จะมีผู้กำกับที่เรียนรัฐศาสตร์มันสอนให้ผมอยากทำงานที่กระทบใจคน มากกว่าแค่ความบันเทิงหลายคนก็บอกว่าบุคลิกผมเหมาะกับการเป็นผู้นำ ผมชอบวางแผน ยิ่งพอมาเจองานเบื้องหลังเรายิ่งตอบตัวเองได้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบทำหลายอย่าง ไม่ได้ยึดติดว่าสุดท้ายแล้วต้องเป็นนักร้องหรือนักแสดงอย่างเดียว ก็ผมชอบหลายอย่างคนเจนผมมองตัวเองเป็น Multitasker สภาพสังคมแบบนี้ทำให้เรายึดติดกับการทำอย่างเดียวไม่ได้ ยิ่งเจอ Covid ก็ยิ่งชัดมีทักษะอย่างเดียวคงไม่รอด 

ELLE MEN : ไม่เหมือนคนรุ่นพ่อแม่ที่บอกว่า อย่าเป็นเป็ดให้ทำอะไรให้ได้ดีไปสักอย่างดีกว่า

UD : มันไม่ได้แล้วครับ ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไปต่อยาก มันเป็นเรื่องช่องว่างระหว่างวัยด้วย ถ้าไม่ตามว่าคนเจนซีและเจนอัลฟ่าเขาคิดอย่างไร ช่องว่างจะยิ่งขยายห่างออกจากกันจะมีคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่ามกลางเทคโนโลยีและโรคระบาดบางทีผมคุยกับเด็กๆ รุ่นใหม่ ผมก็รู้สึกตัวเองแก่นะแต่ก่อนผมคิดว่าตัวเองยังวัยรุ่นอยู่ แต่พอเจอ Covid เราได้เห็นทัศนคติของเด็กที่เด็กกว่าเราอีก เขาไปไกลมากเขามองว่าตัวเองเป็นพลเมืองโลก ด้วยยุคสมัยที่เขาเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งโลกมุมมองของเขาเลยสากลมาก และไม่ค่อยกลัวที่จะแสดงความคิดเห็นด้วย ความที่เขาใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอเยอะแล้วในโลกโซเชียลเราจะเป็นใครก็ได้ จะพูดอะไรก็ได้ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าคนเจนต่อไปจะโตไปในทิศทางไหนจะนำสังคมไปอย่างไร

ELLE MEN : คนยุคนี้ไม่ได้อยู่ในบล็อกเดียวแต่หลากหลายทั้งอาชีพตัวตนและแฟชั่น

UD : ผมว่าแฟชั่นเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล อยากเป็นแบบไหนก็เป็น ได้ไม่อยากโดนแปะป้ายว่าเป็นอะไร ก็ทำได้มันเป็นยุคที่คนเคารพความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนมากขึ้น มากกว่ากรอบของ เชื้อชาติ, เพศ, สีผิว, รูปลักษณ์ ไม่เอาเรื่องของเพศมาตัดสินกัน ในความเป็นมนุษย์อย่างตัวผมก็ใส่กระโปรงได้นะ ไม่ติดและไม่ได้รังเกียจที่จะใส่แต่เราไม่ได้ชอบที่จะใส่ ผมก็แค่เลือกเสื้อผ้าที่ผมชอบใส่แล้วฟอร์มที่ออกมาเป็นฟอร์มของเสื้อกับกางเกงก็แค่นั้น

ELLE MEN : บทผู้จัดการดารากับบทแม่ด้วย

UD : (หัวเราะ) การที่คุณจะเป็นนักแสดงในประเทศนี้ จะเป็นตัวเองมากไม่ได้ คุณต้องพลิกไปตามภาพที่คนอื่นมองเห็นคุณ คนมองว่าคุณเหมาะกับบทเพื่อนทั้งที่ตัวตนคุณอาจจะเป็นพระเอกก็ได้ จะเป็นการยกรูปลักษณ์ขึ้นมาตัดสินก่อนโดยที่ไม่ได้มองที่อินเนอร์ จะวัดกันที่มาตรฐานรูปลักษณ์หน้าตา และยังไม่ค่อยมีพื้นที่ให้นักแสดง ที่อาจจะยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงและไม่ตรงกับมาตรฐาน ได้แสดงความสามารถเราเห็นนักแสดงต่างประเทศที่รูปลักษณ์ไม่ได้ตรงกับมาตรฐาน แต่เขาก็ยังมีงานในอุตสาหกรรมบันเทิงได้ พูดได้เต็มปากว่าเป็นนักแสดงและมีพื้นที่ของเขา ไม่ว่าจะเป็นหนังซีรีส์หรือละครเวที แต่เราที่ตั้งใจมากพร้อมจะกระโจนเข้าไปในการแสดงทำไมมันยากนัก และการที่มันยากเราไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรด้วยซ้ำ เราไม่ตรงกับมาตรฐานที่เขาวางไว้หรือเปล่า 

ELLE MEN : เวลาไปออดิชันบทได้รับคอมเมนต์ว่าอะไรบ้าง?

UD : “ผู้กำกับชอบมากเลยแต่ขายยาก” สรุปว่าเราไม่ดียังไงนะ อ๋อเราขายไม่ได้ (หัวเราะขื่น) กับคอมเมนต์ว่า “เตี้ยไปหน่อยนะถ้าสูงกว่านี้โอเคเลยชอบนะเก่งแต่เตี้ยไปผอมไปป่าวไปกินมาเยอะๆหน่อย”

ELLE MEN : ไม่เคยมีใครมาบอกว่า อัดเก่งไม่พอมีแต่บอกว่าให้ไปกินนมไปว่ายน้ำ

UD: ผมโดนมาตั้งแต่เด็กเรื่องไม่สูงเนี่ย เขาไม่รู้ว่าเรากินนม, ว่ายน้ำ, กินวิตามินทำทุกอย่างมาเยอะมากๆ แต่มันเปลี่ยนไม่ได้ เราทำเต็มร้อยแล้ว ร้อยของเราไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆ ด้วย และมันตีกลับแรงมากเวลาตั้งเป้าแล้วไปไม่ถึงบาดแผลเราเลยเยอะ แต่สุดท้ายมันทำให้เรายืดหยุ่นมากขึ้นเข้าใจความเป็นมนุษย์ ว่าเราไม่ได้ทุกอย่างที่เราต้องการเราทำเต็มที่ได้ แต่ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวังมันเป็นข้อเสียที่นำไปสู่ข้อดี 

ELLE MEN : ทำเต็มร้อยของตัวเอง ด้วยปัจจัยณเวลานั้น ด้วยคนเรามักจะฉลาดเสมอ เมื่อมองย้อนเวลากลับไปถ้าสามารถใช้ความฉลาดของปัจจุบันกับเรื่องราวในอดีต อะไรคงดีกว่านี้แต่ตอนนั้นเราเต็มร้อยได้เท่านั้น

UD : ใช่ครับ เราแบกสิ่งที่เราไม่รู้ในตอนนั้นไม่ได้จริงๆ แล้วตัวเราก็เปลี่ยนไปตลอด แต่ความคิดเรายังรู้สึกว่าเราก็ยังเป็นเราเหมือนเดิม เป็นเราที่เคยชนะในอดีตแต่ความคิดนี้แหละ จะเป็นดาบที่กลับมาแทงเราในวันนี้สิ่งสำคัญคือเรายอมรับสิ่งที่เราเป็นในทุกๆ วัน เราเปลี่ยนแปลงตลอดจะมากจะน้อยมันก็เปลี่ยน ตอนนี้เราเลยถอยออกมาโฟกัสที่กระบวนการมากขึ้น เรารู้แล้วว่าบางทีสิ่งที่เราไม่ได้มาไม่ใช่เพราะตัวเราด้วยซ้ำ มีอีกหลายปัจจัยมากที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้ทันทีแต่ถ้าเรารักตัวเองมากขึ้น เราจะมองออกว่านี่อาจไม่ใช่เกมของเรา ทางนี้อาจไม่ใช่ทางเดียวที่เราจะสำเร็จทำร้อยของเราให้ดีที่สุด นอกนั้นเราไม่รู้แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร 

ELLE MEN : อยากเป็นผู้กำกับที่บอกเล่าเรื่องราวแบบไหน?

UD : ผมอยากเล่าเรื่องความเป็นมนุษย์ให้คนเห็นหลายๆ แง่มุม ทั้งมุมที่สวยงามบาดแผลปมในใจทำไมเขาแสดงออกมุมนั้นๆ ออกมาถ้าเราเข้าใจความหลากหลาย เราอาจจะไม่ได้ตัดสินกันง่ายๆ บางทีเขาแสดงออกในสิ่งที่คุณไม่ชอบ แต่ถ้ารู้ว่าเขาผ่านอะไรมา คุณอาจจะเข้าใจเขามากขึ้นอย่างน้อยให้คนที่ได้ดูได้มองในมิติที่มากขึ้น ว่าทุกคนมีความเป็นตัวเองมีพาร์ตที่เราไม่ได้บอกใคร อย่าด่วนตัดสินกัน ถึงแม้สุดท้ายเราจะไม่ชอบเขาอยู่ดีแต่ก็ลองทำความเข้าใจกันก่อน

เรื่องโดย : Supakdipa Poolsap 

RELATED STORY

ดนตรี คือยานพาหนะ ที่ได้นำพาให้เขาได้พบกับตัวตนและแฟชั่นไร้ขอบเขตของ ‘ต้นหน ตันติเวชกุล’
แม้อายุของหนุ่มคนนี้ยังน้อย แต่พูดได้เลยว่าเขาได้ค้นพบในสิ่งที่หลายๆ คนเฝ้าตามหาได้ไวกว่าคนอื่น
บทสัมภาษณ์พิเศษกัหนุ่มมาดเข้ม ‘เวียร์-ศุกลวัฒน์’ และนาฬิกา Tag Heuer คู่ใจ
มุมมองการใช้ชีวิตและนาฬิกาคู่ใจที่หนุ่มเวียร์ขาดไม่ได้

By continuing to use our site you consent to the use of cookies as described in our privacy policy.