I

Fashion

ทำความรู้จักกับ ‘Virtuous Courtesan’ ศิลปินผู้ชุบชีวิตโลกแฟชั่นคลาสสิกจากศตวรรษที่ 18

เธอคือมารีอองตัวเน็ตต์แห่งโลกปัจจุบัน
Share on facebook
Share on twitter

Fashion

Share on facebook
Share on twitter

ทำความรู้จักกับ ‘Virtuous Courtesan’ ศิลปินผู้ชุบชีวิตโลกแฟชั่นคลาสสิกจากศตวรรษที่ 18

เธอคือมารีอองตัวเน็ตต์แห่งโลกปัจจุบัน

หลายคนคงเคยได้ยินถึงเรื่องชีวิตความหรูหราฟู่ฟ่าของสาวๆ ชนชั้นสูงในยุโรปมาบ้างไม่มากก็น้อย อย่างเรื่องแฟชั่นสุดอลังการ กระโปรงยาว ทรงผมตั้งสูงปักขนนกและดอกไม้ เครื่องประดับราคาแพง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบันแฟชั่นในอดีตจากยุคนั้นได้หายไปตามกาลเวลาแล้ว เพราะคงไม่มีใครสวมคอร์เซตรัดเอวแน่นจนแทบหายใจไม่ออกในชุดราตรี อย่างไรก็ตามยังคงมีศิลปินสาวจากนิวยอร์กคนหนึ่งที่ยังคงหลงรักแฟชั่นในยุคนั้น และเธอยังมีความตั้งใจที่จะชุบชีวิตให้กับแฟชั่นยุคโบราณให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านการสร้างสรรค์มันขึ้นมาใหม่และสวมใส่มันด้วย จนเราอาจจะคิดว่าเธอเป็นพระนางมารีอองตัวเน็ตต์ในโลกยุคปัจจุบันได้เลยล่ะ

เธอคือ Lauren Rossi ศิลปินเจ้าของแอ็กเคาน์อินสตาแกรม @virtuouscourtesan ผู้หลงรักการเย็บปักถักร้อยเสื้อผ้าแฮนด์เมด ชุดที่เธอสร้างขึ้นมานั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าของผู้หญิงในอดีต เธอไม่ได้นำของเก่ามาสร้างซ้ำในแบบเดิม แต่นำมาตีความใหม่ด้วยการหยิบส่วนที่น่าสนใจอย่างสีสันที่ฉูดฉาด เนื้อผ้าหลายประเภท และความหรูหราตระการตามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเธอได้นำความแปลกใหม่ใส่เข้าไปในผลงานแต่ละชิ้นจากการเลือกเนื้อผ้าและเส้นใยที่หลากหลาย พร้อมกับเลือกสไตล์เด่นๆ ของแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกันในแต่ละชุด

Lauren มีงานประจำเป็นคนขายอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว แต่เธอผลิตเสื้อผ้าเหล่านี้ในเวลาว่างเป็นงานอดิเรก เธอมักจะให้ความสนใจกับชุดราตรีสำหรับออกงานและชุดชั้นในเป็นพิเศษ เพราะ Lauren ชอบที่ได้ใส่ใจรายละเอียดกับงานที่เธอสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการค่อยๆ ปักลวดลายไปทีละส่วน การเลือกใช้เส้นใยและเนื้อผ้ามาตัดเย็บ ขนนกที่ใช้ประดับชุดต่างๆ เพราะชุดทั้งหมดเป็นชุดแฮนด์เมดที่ไม่ได้ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เธอตั้งใจผลิตแต่ละชิ้นให้เหมาะสมกับผู้ใส่มากกว่า แม้ว่ามันจะทำให้เธอใช้เวลาว่างหลังจากการทำงานประจำทั้งหมดไปกับการเย็บปักถักร้อยก็ตาม

Lauren ชอบเส้นใยจากธรรมชาติทั้งจากขนสัตว์ ผ้าลินินและผ้าฝ้าย แต่เธอก็ชื่นชอบการใช้ผ้าไหมเช่นกัน เพราะเมื่อนำมาตัดเย็บแล้วผ้าไหมมีทรงสวยคล้ายกับผืนผ้าม่านที่มีสีสันสดใสแต่แวววาว อย่างไรก็ตามเธอเข้าใจดีว่าผ้าไหมนั้นเป็นวัสดุที่ไม่ค่อยเหมาะสมนักในอดีตเพราะว่าคนธรรมดาไม่มีเงินมาฟุ้งเฟ้อกับสิ่งทอ และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงบอกว่าเธอไม่ได้อยากทำเป็นเหมือนว่าตนเองใช้ชีวิตราวกับว่าอยู่ในศตวรรษที่ 18 เธอเพียงแค่สนใจในแฟชั่น การออกแบบ การชื่นชมสิ่งสวยงามของเนื้อผ้า และวิธีการที่เธอใส่หัวใจลงไปในการลงแรงทำงานเท่านั้น

เธอยังบอกอีกว่าการตัดเย็บเสื้อผ้าเหล่านี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะเธอเข้าใจวิถีการใช้ชีวิตของสาวๆ ในยุคนั้นมากขึ้น เช่น เมื่อเธอต้องเดินทางออกไปข้างนอก การยืนบนรถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายกว่าการนั่งในรถ ส่วนการนั่งเก้าอี้ที่แข็งนั้นทำให้ลุกง่ายกว่าเก้าอี้นุ่มเพราะเก้าอี้ที่นุ่มทำให้รักษาท่าทางได้ยาก และกลายเป็นว่าเธอต้องระมัดระวังและใส่ใจกับทุกอย่างรอบตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ชุดยังทำให้กริยาท่าทางดูสวยและอ่อนช้อย เธอจะก้าวเดินอย่างช้าๆ เพราะชุดเดรสทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกว่าการได้สวมใส่ชุดเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้นด้วย

เธอเขียนบนเว็บไซต์ส่วนตัวว่า ยุคที่เธอโปรดปรานคือยุคปลายศตวรรษที่ 18 และ 19 ส่วนยุค Flapper ในปี 1920 ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ดังนั้นบนอินสตาแกรมของเธอจึงเต็มไปด้วยรูปภาพเสื้อผ้าที่มีเรฟต้นฉบับจากยุคเหล่านี้เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนมากเสื้อผ้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรมของเธอจะมีสไตล์จากยุค Rococo ที่เป็นยุคศิลปะจากช่วงพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หากนึกภาพไม่ออกก็จะหน้าตาคล้ายๆ กับชุดที่มารีอองตัวเนตต์ใส่ รองลงมาก็จะเป็นจากยุควิกตอเรียนและทันสมัยขึ้นมาบ้างในยุค Gatsby นั่นเอง

การที่เธอเลือกใช้ชื่อแอคเคาต์บนอินสตาแกรมว่าว่า Virtuous Courtesan นั้นอ้างอิงมาจากประวัติศาสตร์ของอิตาลีราวๆ ศตวรรษที่ 16-17 ในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาหรือยุคเรอเนซองส์ ซึ่งในยุคนั้นมีคำว่า Cortigiana หรือคำว่า Courtesan ในภาษาอังกฤษ โดยคำนี้ได้ถูกยืมมาจากภาษาอิตาเลียนแบบโบราณผ่านเหล่าโสเภณีชั้นสูงในฝรั่งเศสในรูปแบบที่เขียนว่า ‘Courtisane’ เดิมทีคำนี้มีความหมายว่า ‘หญิงสาวผู้อยู่ในวัง’ ต่อมาความหมายของคำนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นหญิงสาวที่มีอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับใคร เป็นผู้หญิงได้รับการศึกษาที่ดี และอาจดีกว่าผู้หญิงชนชั้นสูงคนอื่นๆ ด้วย

ในยุคนั้นผู้หญิงจะไม่สามารถเรียนหนังสือหรือไปห้องสมุดได้ แต่กลุ่มผู้หญิงในวังที่เป็นผู้ให้ความบันเทิงกับคนชนชั้นสูงที่เรียกว่า Cortigiana Onesta (Honest Courtesan) สามารถทำได้ พวกเธอจะอยู่ในสังคมชนชั้นสูงที่ร่ำรวยและมีอำนาจ ซึ่งผู้หญิงเหล่านี้ได้รับการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ทั้งด้านศิลปะ การร้องเพลง เล่นดนตรี และการเต้นรำ นอกจากนี้พวกเธอสามารถทำสิ่งต่างๆ ตามที่พวกเธอต้องการได้อย่างอิสระ และยังสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเหล่าบุรุษในวังได้อย่างฉะฉาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรัชญา การเมือง สังคม ศิลปะ หรือบทกวีก็ย่อมได้ หากเปรียบเทียบกับฝั่งเอเชียแล้วก็จะคล้ายคลึงกับเกอิชาของญี่ปุ่นที่พวกเธอเป็นศิลปินผู้ให้ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ แต่ไม่ได้ร่วมหลับนอนกับลูกค้า

Lauren จึงคิดว่าแม้เธอจะอยู่คนละยุคสมัยกับผู้หญิงเหล่านั้น แต่เรื่องราวของพวกเธอกลับมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เธอจึงเลือกใช้ชื่อว่า Virtuous Courtesan ที่มีความหมายใกล้เคียงกันกับคำว่า Honest Courtesan แต่ให้ความรู้สึกที่เข้ากับเธอมากกว่า

อย่างไรก็ตามคำว่า Courtesan ก็หมายถึงโสเภณีชั้นสูงได้เช่นกัน เพราะถึงแม้พวกเธอจะสามารถให้ความสุนทรีย์ด้านศิลปะและการร่วมบทสนทนาอย่างชาญฉลาดกับชายหนุ่มแล้ว พวกเธอก็ยังให้ความสุขด้านร่างกายด้วยการหลับนอนกับพวกเขา แต่การร่วมเพศนั้นไม่ใช่งานหลัก มันเป็นแค่เพียงหนึ่งส่วนเล็กๆ ในหน้าที่ทั้งหมดเท่านั้น เรียกได้ว่าพวกเธอมีครบเครื่องทั้งเรื่องเสน่ห์ ทักษะทางสังคม การศึกษา รวมไปจนถึงเรื่องบนเตียงนั่นเอง

ในบางครั้งพวกเธอก็เกี่ยวข้องกับแผนการทางการเมือง เพราะพวกเธอมีความสัมพันธ์กับเหล่าบุรุษที่ทรงอิทธิพลและร่ำรวยในสังคม เพราะสังคมศักดินาในยุโรปเมื่อหลายร้อยปีก่อน การแต่งงานของราชวงศ์ กษัตริย์ และเจ้าขุนมูลนายมักเกิดขึ้นจากการรักษาสายเลือดให้บริสุทธิ์หรือเป็นการรักษาพันธมิตรทางการเมือง แต่ไม่ได้เกิดจากความรัก ดังนั้นพวกเขามักจะหาคู่รักหรือความสำราญจากหญิงในวัง เช่น เหล่านางสนม นางกำนัล หรือโสเภณีชั้นสูงแทน จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าพวกเธออาจจะได้ยินเรื่องข้อมูลลับบางอย่างจากการมีความสัมพันธ์กับพวกเขานั่นเอง

เมื่อพูดถึงชีวิตในวังแล้ว Lauren เองก็เคยไปร่วมงานเลี้ยงแต่งชุดแฟนซีสไตล์ยุคหลุยส์ที่ 14 ในงาน FÊTES GALANTES 2018 ที่พระราชวังแวร์ซายที่ประเทศฝรั่งเศสด้วย บรรยากาศของงานนี้ราวกับว่าหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง เพราะทุกคนในงานต่างจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมไม่แพ้ใครเลยทีเดียว นอกจากนี้ Lauren ยังเคยมีความฝันว่าเธอจะต้องได้มีโอกาสไปร่วมงาน Venetian Carnival ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลีมาโดยตลอด เธอจึงได้ใช้เวลาทุ่มเทไปกับการตัดเย็บเสื้อผ้า จนในที่สุดก็ได้ไปร่วมงานนั้นพร้อมกับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการแต่งตัวในสไตล์นี้เช่นเดียวกัน

หนึ่งในชุดที่เธอสวมใส่ในงาน Venetian Carnival เมื่อปี 2017 นั้นตัดเย็บเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน เธอเลือกสร้างสรรค์เสื้อผ้าในแบบฉบับของสาวๆ จากยุค Flapper ในปี 1930 แต่นำมารวมกันกับแรงบันดาลใจจากศตวรรษที่ 18 ชุดราตรีที่ออกมาจึงให้ความรู้สึกถึงงานปาร์ตี้สไตล์ Gasby พร้อมสวมใส่เครื่องประดับที่แวววาวด้วย ในปัจจุบัน Lauren ก็ยังคงทำงานออกแบบเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคสมัยในอดีตอยู่ หากใครสนใจสามารถติดตามผลงานการเย็บปักเสื้อผ้าและภาพถ่ายของเธอเพิ่มเติมได้ที่อินสตาแกรม virtuouscourtesan

Story: ภัทรณกัญ อนันเต่า

Share on facebook
Share on twitter
Share on email